ชง"รัฐ"เปิดทางขายไลเซ่นส์ทีวี

 แทนคืนใบอนุญาต เหตุลงทุนโครงข่าย-อุปกรณ์ไปมาก
          กรุงเทพธุรกิจ "วิษณุ"เผยผู้ประกอบการ ทีวีดิจิทัลเสนอรัฐ เปิดทาง"ขาย-โอน"แทนคืนใบอนุญาต ชี้มีการลงทุนโครงข่าย-อุปกรณ์ไปมากแล้ว ขณะที่ทรู - เอไอเอส ดิ้น แจงที่มากำไร อ้างธุรกิจมือถือ - อินเทอร์เน็ตยังขาดทุน ขอรัฐอุ้มผ่อนผันชำระค่าไลเซ่นส์ 4 จี งวดสุดท้าย
          นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือว่า ในการประชุมกับผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมาได้หารือกับตัวแทนของผู้ประกอบการดังกล่าว
          โดยในส่วนของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้เสนอประเด็นการคืนใบอนุญาตประกอบการ ทีวีดิจิทัล รวมถึงการโอนสิทธิ และการ ควบรวมกิจการ โดยตัวแทนผู้ประกอบการระบุว่า ส่วนใหญ่ไม่ต้องการคืนใบอนุญาต เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการลงทุนในเรื่องอุปกรณ์ และโครงข่ายไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการช่วยเหลือโดยการให้คืนใบอนุญาตจะช่วยเยียวยาผู้ประกอบการได้น้อยกว่าการอนุญาตให้ขายใบอนุญาตเปลี่ยนมือผู้รับใบอนุญาต
          สำหรับการหารือกับผู้ประกอบการ ค่ายมือถือ ได้หารือว่าจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบหรือไม่ ถ้าจำเป็นเพราะเหตุใด ถ้าจะช่วยจะช่วยอย่างไร ซึ่งต้องได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้หลักการว่าถ้าต้องช่วยเหลือต้องได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คือประเทศชาติเศรษฐกิจได้ประโยชน์และเป็นธรรมกับผู้ประกอบการและส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต่อไปหากได้ข้อสรุปอย่างไรต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคสช.เพื่อพิจารณา
          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งบริษัท ทรูและเอไอเอสไม่ได้ขาดทุนแต่ผลประกอบการยังมีกำไรพอสมควรทำไมจึงมาขอให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการ นายวิษณุกล่าวว่า ในที่ประชุมเมื่อวานนี้ตัวแทนทั้งสองบริษัทได้ชี้แจงโดยอธิบายให้เห็นภาพตัวเลขที่เห็นว่ามีกำไร มีที่มาจากผลประกอบการส่วนใดบ้าง ซึ่งทั้งสองบริษัท มีกิจการในเครือกว่า 50 รายการ ตัวเลขรายได้ จึงรวมมาจากทั้งหมด และที่บอกว่าเขามีกำไรเขาชี้แจงว่ามีกำไรจากเรื่องอื่น ส่วนรายได้ จากโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตยังขาดทุนเพราะเขาประมูลสัมปทานมาแพง  ซึ่งเขาระบุว่าจะนำกรณีนี้ไปเปรียบเทียบกับทีวีดิจิทัลที่ขาดทุนไม่ได้
          นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ได้นัดประชุมผู้เกี่ยวข้องมาแล้วหลายครั้งและทุกครั้ง ได้รายงานให้คสช.รับทราบและใน วันศุกร์นี้ ( 20 เม.ย.) จะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารืออีกครั้งและจะรายงานให้คสช.ทราบในวันจันทร์ที่ ( 23 เม.ย.) ส่วนจะได้ข้อสรุปเมื่อใดขึ้นอยู่กับคสช.
          นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อห่วงใยหากรัฐบาลมีการช่วยเหลือผู้ประกอบการแล้วอาจเสียประโยชน์ของแผ่นดินนั้น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่กำลังพิจารณาอยู่ส่วนจะพิจารณาออกเป็นมาตรา 44 หรือ ไม่นั้น ไม่ขอพูดอะไรตรงนี้อยู่ที่คสช.จะตัดสินใจซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องสรุปให้ได้ภายในเดือนเมษายนนี้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า การประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ยังไม่ได้ข้อยุติและยังไม่สำเร็จในส่วน ของทีวีดิจิทัลและโทรคมนาคม โดย รายละเอียดอื่นๆ ในที่ประชุมขอว่าอย่าให้ข่าว และจะนัดหารืออีกครั้ง แต่ยัง ไม่กำหนดเวลาที่แน่นอน
          ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดกรณีการนำเสนอของกสทช.ที่จะขอให้คสช.ใช้ ม.44  ขยายเวลา ในการชำระค่าไลเซ่นส์ใบอนุญาต คลื่น 900 ดังกล่าวว่า ความเข้าใจส่วนตัว เห็นว่า การช่วยทีวีดิจิทัลน่าจะเดินหน้าต่อ และแยกออกจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ต่อคำถามที่ว่าจะช่วยเหลือฝั่งโทรคมนาคมหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแต่ขอเสนอแบบเดิมว่า ไม่มีความจำเป็น