รุกต่อยอดบิ๊กดาต้าภาครัฐ "ดีอี"นำร่องหนุนสตาร์ตอัพพัฒนาเพิ่มมูลค่าบริการ

ดีอี นำร่องเปิดข้อมูลบิ๊กดาต้าหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมอุตุนิยมฯ-สำนักงานสถิติฯ-สาธารณสุข ให้กลุ่มสตาร์ตอัพ นำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มบริการข้อมูลภาครัฐ ระบุปี 61 เป็นปีแห่งการทำบิ๊กดาต้าภาครัฐ ก่อนผลักดันไปสู่รัฐบาลดิจิตอล
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่ากระทรวงดิจิทัลฯ ได้เตรียมนำร่องเปิดให้กลุ่มสตาร์ตอัพ นำข้อมูลภาครัฐไปใช้สร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยขณะนี้มีหน่วยงานภาครัฐที่มีข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้า เข้าร่วมแล้วประกอบด้วย กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ  และกระทรวงสาธารณสุข
          ทั้งนี้ในปี 2561 ถือเป็นปีแห่งการทำบิ๊กดาต้าภาครัฐ  เพื่อผลักดันไปสู่เป็นรัฐบาลดิจิตอลอย่างเป็นรูปธรรม โดยการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ เกิดจากนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกกระทรวงร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลฯ ขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายเพื่อใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) เพื่อให้เกิดการนำข้อมูลของแต่ละกระทรวงมาบูรณาการให้เกิดมิติข้อมูลใหม่ สามารถวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ สร้างเป็นโมเดลวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์สร้างเป็นบริการภาครัฐที่มีความเหมาะสมตรงตามความต้องการของประชาชน
          นายพิเชฐ กล่าวต่อไปอีกว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง หรือ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ในการพัฒนาการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข ผสมผสานกับข้อมูลการตรวจอากาศ ข้อมูลดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา และเรดาร์ตรวจอากาศ เพื่อให้ได้ผลการพยากรณ์อากาศที่มีรายละเอียดสูงในระดับตำบลที่ถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งการมีเครื่องมือสื่อสารการพยากรณ์อากาศที่ชัดเจนในหลายช่องทาง ทั้งทางสื่อสารมวลชนประเภทต่างๆ และสื่อสังคมออนไลน์
          นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์ และจัดการข้อมูล เพื่อพัฒนาผลผลิตและตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วนให้มีข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ อาทิ ความปลอดภัยด้านการบิน การเกษตรกรรม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และพลังงาน เป็นต้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่น ความมั่นคง และความปลอดภัยในอนาคต
          ทั้งยังได้ดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรทางด้านบิ๊กดาต้า เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพอากาศ ตามบทบาทของกรมอุตุนิยมวิทยา รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการพยากรณ์อากาศ ความปลอดภัยด้านการบิน การเตือนภัยพิบัติต่างๆ เช่น การตรวจคลื่นความร้อน พยากรณ์ปริมาณ น้ำฝนเพื่อการเกษตร โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา (Solution) ด้านต่างๆ อาทิ การวางแผนการเดินทาง การส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น การชมดอกไม้ การชมทะเลหมอก วางแผนด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น
          สำหรับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้มีข้อมูลเผยแพร่ต่อสาธารณะ 21 สาขา ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหน่วยงานต่างๆ สามารถนำไปวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ เช่น กระทรวงแรงงานนำข้อมูลไปวางแผนหรือประเมินนโยบายการสนับสนุนและส่งเสริมการจ้างงาน เป็นต้น