พบพิรุธงบ"NMG" ตกแต่งบัญชีสร้างรายได้เทียม790ล้าน

ผู้บริหาร NMG เผยตรวจสอบพบตกแต่งตัวเลขบัญชี ปลอมรายได้คงค้าง 790 ล้านบาท ให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการร้องต่อ ก.ล.ต. คาดส่งงบได้ภายในเมษายนนี้ มั่นใจธุรกิจหลักยังทำกำไร เน้นสร้างรายได้จากการจัดอีเวนต์และสื่อดิจิตอลเพิ่มเติม
          ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ของบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ NMG มีประเด็นสำคัญที่ซักถามในที่ประชุมถึงสาเหตุที่ไม่ได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2560 ตามเวลาที่กำหนด จนทำให้หุ้น NMG ในตลาดหลัก ทรัพย์ฯ ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP สั่งพักการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2561 เป็นต้นมา
          นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)  หรือ NMG ชี้แจงว่า เนื่องจากได้ตรวจสอบพบความผิดปกติในงบการเงินบางรายการ ระบุว่าบริษัทมีรายได้ค้างรับจำนวน 790 ล้านบาท ซึ่งถูกระบุว่าเป็นรายได้ค้างรับในช่วงปี 2558-2560  ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ปรากฏว่าเป็นรายได้ที่ไม่มีอยู่จริง เป็นการตกแต่งบัญชี มากกว่า 60% ของจำนวน 790 ล้านบาท จึงทำให้ไม่สามารถรับรองงบการเงินดังกล่าวได้ ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ และได้ข้อสรุปเพื่อเตรียมร้องเรียนต่อสำนัก งานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่อไป เนื่องจากต้องการทำความจริงให้ปรากฏ
          อย่างไรก็ตาม นายสมชายกล่าวว่า จะส่งงบการเงินให้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ภายในเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน
          สำหรับการขายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก นายสมชายกล่าวว่า ได้เปิดประมูลขายไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่มีผู้สนใจเข้ามาเสนอราคาประมูล อาจจะเป็นเพราะการตั้งราคาขั้นต่ำไม่น่าสนใจ ซึ่งจะต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปขณะนี้ทั้งมหาวิทยาลัย และโรงพิมพ์มีคนสนใจที่จะเข้ามาซื้อ หากแต่ยังติดที่ราคาขายที่มีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ยังไม่ตรงกัน อาจจะมีการปรับราคาขายให้เหมาะสม และนำเสนอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นก่อน คาดว่าจะทำให้เสร็จก่อนจบไตรมาส 2/2561 นี้
          นายมารุต อรรถไกวัลวที ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) NMG กล่าวว่าการจะลดราคาขาย ต้องเปรียบเทียบกับราคาตลาดของสินทรัพย์ด้วยว่าต้องปรับให้มีความเหมาะสม
          สำหรับแผนการดำเนินงาน นอกจากขายทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้แล้ว นายสมชายกล่าวว่า ทางบริษัทได้ปรับโครงสร้างเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ คือ 1. กลุ่มสิ่งพิมพ์ 2. กลุ่มธุรกิจโทรทัศน์ 3. กลุ่มธุรกิจสื่อดิจิตอล อาทิ เฟซ บุ๊ก, ทวิตเตอร์ ฯลฯ และ 4.กลุ่มธุรกิจจัดงานอีเวนต์ จะรับจัดงานจากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจเป็นหลัก เช่น การจัดงานอบรม งานสัมมนา โดยปีนี้จะเน้นสร้างรายได้จากการจัดงานอีเวนต์ให้มากขึ้น
          ปัจจุบัน สื่อในเครือที่ผ่านช่องทางดิจิตอล เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ มีสมาชิกรวมจำนวน 18 ล้านราย อาทิ เนชั่นทีวี มีสมาชิก 10.83 ล้านราย, คมชัดลึก 4.05 ล้านราย จะเน้นเพิ่มรายได้จากช่องทางนี้ให้มากขึ้นจากปัจจุบัน จะปรับปรุงรูปแบบการนำเสนอข้อมูล เพิ่มเนื้อหาที่เป็นวิดีโอคลิปให้มากขึ้น และมีการลงทุนเพื่อทำให้มีคนเห็นเราผ่านสื่อนี้ให้มากขึ้นกว่าในปัจจุบัน
          เป้ารายได้ในกลุ่มสิ่งพิมพ์ปีนี้จะมียอดขายรวม 700 ล้านบาท ส่วนกลุ่มธุรกิจโทรทัศน์ ช่องเนชั่นทีวี 22 จะมีรายได้ 600 ล้านบาท สำหรับช่องนาว 26 ถ้ามีรายได้เข้ามาปีละ 250 ล้านบาทก็สามารถอยู่ได้ไม่ขาดทุน
          นายสมชายกล่าวว่า ในธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่ม สามารถทำกำไรได้ มีความเชื่อมั่นว่าในปีนี้ผลการดำเนินงานจะกลับมาในจุดคุ้มทุนได้ ส่วนเรื่องเจ้าหนี้ยืนยันว่าชำระหนี้คืนได้แน่นอน แต่อาจจะมีการเจรจาขอลดดอกเบี้ยลงมาเพื่อจะได้ชำระหนี้ได้