กสทช.รับลูก"เอไอเอส-ทรู"โยนบอร์ดใหม่ทำคลอด เตะถ่วงประมูลคลื่น5จี

รอลุ้นเลิกซอยคลื่นความถี่1800
          "ฐากร" ประกาศเลื่อนการประมูลคลื่น 1800 ในระบบ 5 จี ออกไปจากกำหนดเดิม โยนให้บอร์ดกสทช.ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการเชื่อ "เอไอเอส-ทรู" เมินประมูล 1800 เหตุ 2 ค่าย มีคลื่นตุนอยู่ในมือเพียบ
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่าการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ในวันที่ 11 เม.ย.มีวาระพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ 45 เมกะเฮิรตซ์ โดยเป็นคลื่นในย่านที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นฯ (ดีแทค) จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 16 ก.ย.นี้ โดยสำนักงานกสทช.จะจัดให้มีการประมูลล่วงหน้าก่อนหมดสัมปทาน โดยคาดว่าจะจัดประมูลในช่วงมิ.ย.นี้
          อย่างไรก็ดี หลักเกณฑ์การประมูลทุกอย่างสำนักงาน กสทช.จัดทำเรียบร้อยแล้ว แต่ในการประชุมรอบนี้ สำนักงาน กสทช.จะเสนอให้บอร์ดไม่ลงมติพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 1800 เนื่องจาก ในวันที่ 19 เม.ย.นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะประชุมร่วมกันว่าจะโหวตเลือกกสทช.ชุดใหม่หรือไม่หากสนช.โหวตเลือกกสทช.ชุดใหม่ บอร์ดรักษาการก็ไม่ควรก้าวล่วงอำนาจของกสทช.ชุดใหม่ ควรให้กสทช.ชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา
          แต่หากสนช.ยังไม่พิจารณาโหวตเลือกกสทช.ชุดใหม่ในวันดังกล่าว สำนักงานกสทช.ก็จะเรียกประชุม และให้บอร์ดชุดนี้ลงมติพิจารณารับหลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 1800 ดังกล่าว
          สำนักงาน กสทช. ยังจะเสนอวาระการประชุม เรื่องหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2561 นี้ว่าจะยึดหลักเกณฑ์การประมูลเดิม คือการเปิดประมูล 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตขนาดละ 15 เมกะเฮิรตซ์ รวมเป็น 45 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องการได้ประมูลใบใหญ่
          นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าในการประชุมยังคลุมเครือว่าบอร์ดคนอื่นๆในที่ประชุมจะลงความเห็นเรื่องดังกล่าวอย่างไร เนื่องจากบอร์ดแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือกลุ่มแรกต้องการให้เคาะหลักเกณฑ์ทุกอย่างให้แล้วเสร็จตามที่กฤษฎีกาได้ตอบหนังสือกลับมาแล้วว่าบอร์ดชุดนี้ที่เป็นรักษาการมีอำนาจในการดำเนินการ แต่กลุ่มที่ 2 มองว่า ในวันที่ 19 เม.ย.นี้ สนช.จะมีการโหวตเลือกบอร์ดกสทช.ชุดแล้ว ดังนั้น เพียงแค่เวลาอีกไม่กี่วัน บอร์ดควรจะยกหน้าที่ให้บอร์ดเป็นผู้พิจารณาตัดสินว่าจะเลือกหลักเกณฑ์ใด และจำนวนใบอนุญาตกี่ใบในการประมูลที่จะเกิดขึ้น
          "ผมมองว่าเราจะตัดสินใจอย่างไร ก็น่าจะโดนตำหนิทุกทาง หากบอร์ดรักษาการไม่ยอมเคาะหลักเกณฑ์ก็อาจจะโดน 157 ที่ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ แต่หากไปเคาะเลือกหลักเกณฑ์ แล้วในอนาคตมีผลเสียหรือผลกระทบอะไรตามมา บอร์ดก็จะถูกฟ้องร้องภายหลัง"นายประวิทย์ กล่าว   นายประวิทย์ กล่าวว่า ความจำเป็นในการเข้าประมูลคลื่น 1800 กับเรื่องขอขยายงวดการประมูลคลื่น 900 ก็มีความสัมพันธ์กันอยู่บ้างแต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ประเด็นที่ดีแทคออกมาเรียกร้องให้หลักเกณฑ์ประมูลกลับไปใช้ร่างเดิมคือแบ่งคลื่นออกเป็น 9 ใบอนุญาตๆ ละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ก็เพราะดีแทคเองต้องการอยากจะประมูลจำนวน 4 ใบอนุญาตรวมเป็น 20 เมกะเฮิรตซ์ เพราะความต้องการคลื่นดีแทคมากกว่าผู้ประกอบการอีก 2 ราย ที่มีคลื่นดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว 15 เมกะเฮิรตซ์ ดังนั้น หากทั้ง 2 รายอยากจะประมูลก็อาจจะต้องแค่ 1 ใบอนุญาตจำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น ซึ่งเมื่อรวมกับที่มีอยู่ก็จะเป็น 20 เมกะเฮิรตซ์ โดยปัจจุบันเอไอเอส มีคลื่นความถี่อยู่ทั้งสิ้น 45 เมกะเฮิรตซ์ ส่วนทรูมูฟ เอชมี 55 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่ ดีแทคมีคลื่นเหลือเพียง 15 เมกะเฮิรตซ์ในย่าน 2100 เท่านั้นภายหลังจากสิ้นสุดสัมปทานในก.ย.นี้ ดังนั้นก็คาดว่าหากสำนักงานกสทช.สรุปกลับมาใช้หลักเกณฑ์แบบ 3 ใบอนุญาตๆละ 15 เมกะเฮิรตซ์ ก็จะมีเพียงดีแทคที่เข้าประมูลเท่านั้น
          "ตอนแรกก็ไปสรุปกันว่าจะแบ่งเป็น 9 ใบๆละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งแต่ละรายต้องการคลื่นไม่เท่ากัน แต่ไปๆมาๆสำนักงานฯเปลี่ยนมาใช้แบบดราฟต์แรกคือแบ่ง 3 ใบๆละ 15 เมกะเฮิรตซ์ ก็คงมีดีแทคที่เข้าประมูลรายเดียวแต่ก็คงไม่ตรงใจดีแทคนักเพราะต้องการถึง 20 เมกะเฮิรตซ์ ส่วนอีก 2 รายเชื่อว่าไม่เข้าแน่นอนเพราะไม่เหลือเงินประมูลแล้ว ตัวสถาบันการเงินเองก็มีเพดานปล่อยกู้กันเต็มหมดแล้ว และหากไม่เข้าประมูลก็ไม่เสียหายอะไร เพราะคลื่นดีแทคมีก็ยังตามไม่ทันอยู่ดี"
          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การเลื่อนการประมูลคลื่นของกสทช.มีผลต่อการจัดงบประมาณและรายได้ของรัฐบาล เนื่องจากได้มีการนำรายได้ที่จะเกิดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายประจำปีไปแล้ว จึงต้องรีบหารือกับทางกสทช.เป็นการด่วน เพราะการเลื่อนออกไปจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้มือถือในบางค่ายที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและสร้างฐานลูกค้า
          เชื่อคลื่น 1800 เหลือ
          แหล่งข่าวจากกสทช.เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" เกี่ยวกับประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ว่า การยืดชำระค่างวดให้กับเอไอเอส และทรู ไม่น่าจะมีผลต่อการประมูลคลื่น 1800 ในครั้งต่อไป เพราะถ้ากสทช. ยังยืนยันราคาตั้งต้นประมูลไว้ที่ 37,457 ล้านบาท เคาะครั้งละ 75 ล้านบาท เชื่อว่าเอไอเอส และทรู ไม่เข้าร่วมประมูล เนื่องจากผู้ประกอบการทั้ง 2 รายถือครองคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ รายละจำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์อยู่แล้ว นั่นจึงเป็นที่มาที่ กสทช.ตัดสินใจ ซอยคลื่นจากเดิม 15 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 3 ใบอนุญาต มาเป็น 5 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 9 ใบอนุญาต ประมูลได้สูงสุด 4 ใบอนุญาตหรือประมาณ 20 เมกะเฮิรตซ์ ส่วนดีแทค จำเป็นต้องประมูลคลื่นเพราะสัญญาสัมปทานหมดลงในวันที่ 30 กันยายน 2561
          "หากนำคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ ออกมาประมูล กสทช.คงจัดสรรได้ไม่หมด เพราะทรู และ เอไอเอส ไม่จำเป็นต้องได้คลื่นความถี่เพิ่มอีกต่อไปเพราะคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ประมูลได้มาก่อนหน้านี้มีเหลือเฟือที่จะให้บริการกับลูกค้า" แหล่งข่าวกล่าว