"SKY"เนื้อหอมกองทุนรุมทึ้งลุ้นซิวงานรัฐเติมพอร์ต4พันล.

ทันหุ้น - SKY ฮอตกองทุนใน-นอกรุมทึ้ง พร้อมส่งซิกทิศทางไตรมาสแรกแจ่ม งานรถเข็น-CCTV ดันรายโตเด่น มีลุ้นคว้างานรัฐมูลค่า 4 พันล้านบาท คาดรู้ผลปลายพฤษภาคมนี้ ยันผลงานปี 2561 โตก้าวกระโดด เตรียมบุ๊กงานในมือราว 750 ล้านบาท เข้าพอร์ตทั้งหมด
          นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกายไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY (ชื่อเดิมบริษัท ซีซีเอ็น-เทค จำกัด (มหาชน) หรือ CCN) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีกองทุนในและต่างประเทศเข้ามาเจรจา เพื่อสอบถามข้อมูลในการดำเนินธุรกิจ โดยคาดวัตถุประสงค์ของการเจรจาคือต้องการเข้ามาซื้อหุ้นของ SKY อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขายหุ้นให้กองทุนหรือไม่ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาและข้อตกลง
          ส่งสัญญาณ Q1 งบสวย
          สำหรับทิศทางรายได้ในไตรมาส 1/2561 คาดจะเติบโตมากกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน และใกล้เคียงกับไตรมาส 4/2560 ที่ผ่านมา โดยบริษัทได้เริ่มรับรู้รายได้จากการจัดหารถเข็นกระเป๋า และจัดหารถลากจูงไฟฟ้าชนิดยืนขับได้พร้อมแบตเตอรี่สำรอง และรถลากจูงไฟฟ้าชนิดยืนขับได้ พร้อมจัดหาพนักงาน มูลค่า 879 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เข้ามาในปีนี้ประมาณ 85% ส่วนในไตรมาส 1/2561 คาดจะทยอยรับรู้รายได้ประมาณ 200 ล้านบาท รวมถึงการรับรู้รายได้งาน Security หรืองานติดตั้งกล้อง CCTV หลัก 10 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันบริษัทได้เข้าประมูลงานระบบสื่อสารของหน่วยงานรัฐในช่วงปลายมีนาคมที่ผ่านมา มูลค่า 4,000 ล้านบาท คาดจะรู้ผลภายในช่วงปลายเดือนพฤษาคม โดยบริษัทคาดหวังจะได้งานมากที่สุด อีกทั้งช่วงไตรมาส 2/2561 บริษัทเตรียมเข้าประมูลงานเพิ่มเติมอีก 4-5 งาน มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท
          ขณะที่ภาพรวมทั้งปี 2561 บริษัทประเมินทิศทางรายได้มีโอกาสจะเติบโตแบบก้าวกระโดดตามการรับรู้รายได้ในบริษัทลูกจากสิ้นปี 2560 บริษัทมีรายได้ที่ 542.28 ล้านบาท และบริษัทจะผลักดันสัดส่วนลูกค้าเอกชนให้ปรับตัวสูงขึ้นไปที่ระดับ 20% จากสิ้นปี 2560 คาดจะอยู่ที่ราว 14% อย่างไรก็ดีเฉพาะธุรกิจของ SKY จะเติบโตตามการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ปี 2561 ประมาณ 750 ล้านบาท
          ดันมาร์จิ้นแตะ 5%
          และบริษัทจะพยายามผลักดันอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ให้กลับมาอยู่ที่ระดับ 5% ซึ่งการเติบโตที่เพิ่มขึ้นจะมาจากธุรกิจทั่วไปของบริษัท และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าลงทุนซื้อหุ้นของ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (TKC) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่าย และวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ครอบคลุมการบริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง อบรม ดูแลบำรุงรักษาระบบงาน จัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือธุรกิจ SI ตามสัดส่วน 34% คาดจะรับรู้เข้ามาได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 เป็นต้นไป
          "แนวโน้มไตรมาส 1/2561 น่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันกับปีก่อน และไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเพราะเราจะรับรู้รายได้จากงานรถเข็นและงาน CCTV ตามแผน ส่วนตัวเลขที่ชัดเจนคงต้องรอออดิตเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง ทำให้เรามองทิศทางผลงานในปีนี้ไม่น่าห่วงน่าจะเติบโตได้มากขึ้น จากพื้นฐานที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำ แต่ปีนี้เราจะรับรู้รายได้เข้ามาค่อนข้างมาก รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าลงทุนใน TKS ด้วย นอกจากนี้เรายังมีแผนที่จะขยายธุรกิจไอทีเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ด้วยเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ขับเคลื่อนมาก เพราะตอนนี้เราโฟกัสงานที่มีเข้ามาตามแผน" นายสิทธิเดชกล่าว
          สำหรับผลประกอบการในปี 2560 มีรายได้ 539.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 227.50 ล้านบาท คิดเป็น 72.99% เมื่อเทียบกับรายได้ในปี 2559 จำนวน 311.66 ล้านบาท  ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2560 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 300.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 192.81 บาท หรือ 178.89% เมื่อเทียบกับรายได้รวมของไตรมาส 4/2560 จำนวน 170.78 ล้านบาท