"กสทช.-คสช."ถอยอุ้มมือถือ"ทีวีดิจิทัล"รอลุ้น ทรู-เอไอเอสขู่ล้มโต๊ะ"1800"

 "ดีแทค"โผล่จี้รื้อเกณฑ์ประมูล-ลดภาระการเงิน
          กรุงเทพธุรกิจ อุ้มยักษ์มือถือยืดจ่ายไลเซ่นส์คลื่น 900 ป่วน "ฐากร"ออกโรง ไม่ได้ชงเรื่อง  ด้าน"ทรู-เอไอเอส"แทคทีมแจงวันเดียวกัน "ทรู" ระบุหากไม่ยืดจ่าย คงร่วมประมูลรอบใหม่ยาก เช่นเดียวกับ"เอไอเอส" ชี้หากยืดชำระจะมีเงินไปประมูลคลื่น ขยายโครงข่ายฯ ด้าน"ดีแทค"ขอรัฐทบทวนเกณฑ์ประมูลคลื่น 1800 ขณะ"ประวิตร"เมินอุ้มมือถือช่วยทีวีก่อน
          การพิจารณาขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งม.44 ให้ช่วยผ่อนผันการชำระค่าใบอนุญาต(ไลเซ่นส์)ในคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ในงวดสุดท้ายออกไปอีก 5 ปีนั้น จนถึงขณะนี้แม้จะยังไม่มีการพิจารณาใดจากคสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.)
          แต่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมทั้ง 2 รายคือบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือเอไอเอส และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น (ทียูซี) ในเครือทรู ที่ยื่นเรื่องขอผ่อนผันการชำระค่าไลเซ่นส์ไปยัง คสช.นั้น กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า หากคสช.มีคำสั่งช่วยเหลือจะเข้าข่าย "อุ้ม" ผู้ประกอบการที่มีกำไร จนทำให้ผู้บริหารทั้งสองรายออกได้ออกแถลงการณ์ถึงเหตุผลที่มาความจำเป็นในเรื่องดังกล่าว ซึ่งระบุตรงกัน ว่า หากรัฐบาลไม่มีคำสั่งหรือมาตรการช่วยเหลือก็อาจจะทำให้ การตัดสินเข้าประมูลคลื่นย่านอื่นในอนาคตเป็นสิ่งที่ทำได้ยากขึ้น
          นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดแถลงข่าววานนี้ (9 เม.ย.)ว่า บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด ตั้งแต่ปี 2559 ได้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และในช่วงนั้นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ยื่นขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลให้มีมาตรการเยียวยา โดยในส่วนของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ในการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์มีการตั้งราคาเริ่มต้นการประมูลไว้กว่า 16,000 ล้านบาท  แต่หลังจากการประมูลสิ้นสุดลงจะเห็นได้ว่า ราคาประมูลสูงกว่าราคาที่ตั้งไว้ถึง 6 เท่า
          ดังนั้น กลุ่มทรูฯจึงเห็นว่าเมื่อการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ผ่านมามีราคาสูงกว่าราคาเริ่มต้นหลายเท่าตัว จึงน่าจะขอ ความช่วยเหลือจากรัฐ จึงยื่นขอความกรุณาจากรัฐบาล โดยเฉพาะในประเด็นการขยายเวลาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตออก ทรูยืนยันว่าสิ่งที่ขอความช่วยเหลือไม่ได้ทำให้รัฐเสียผลประโยชน์ เพราะเรายังคงชำระ ค่าธรรมเนียมพร้อมดอกเบี้ย การอ้างว่าทรูทำให้เกิดเสียหายเป็นหมื่นล้านไม่เป็นความจริง เพราะทรูได้วางเงินประกันจากสถาบันทางการเงิน (แบงก์การันตี) กับ กสทช.ไว้ครบถ้วนแล้ว
          ทรูฯแจงไม่เหลือเงินลงทุนใหม่
          อย่างไรก็ดี หากในท้ายที่สุดรัฐบาลจะไม่ช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม ก็พร้อมจะเคารพในการตัดสินใจทุกอย่าง แต่ก็มีประเด็นที่กังวลคือ หากไม่มีมาตรการ ช่วยเหลืออาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าประมูลในคลื่นความถี่ต่อไปที่กสทช.จะเปิดประมูล เพราะผู้เล่นในตลาดมีอยู่เท่าเดิม ดังนั้นความสามารถในการแข่งขันที่จะหาเงินทุนอาจจะยากขึ้น  แต่หากรัฐบาลพิจารณาให้มีมาตรการช่วยเหลือ ตามที่ร้องขอไปนั้น ก็จะส่งผลให้เอกชนมีเงินทุน หมุนเวียนนำไปวางโครงข่ายเพิ่มเติม เพื่อให้บริการ 5 จี รองรับอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) หรืออินเทอร์เน็ต ออฟ เอฟเวอรี่ธิงส์ (ไอโออี)
          "การจะเข้าประมูลคลื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับบอร์ด ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ทรูก็ยอมรับ และคงยอมรับว่าหากไม่มีการขยายเวลาในการชำระเงินออกไป การเข้าประมูลคลื่นความถี่ครั้งหน้าอาจจะลำบาก ถ้ารัฐบาลช่วยเราจะมีโอกาสเตรียมการลงทุนด้านอื่น โดยเฉพาะการลงทุนรับกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะมา เราตอบแทนบอร์ดไม่ได้ว่าเราจะเข้าประมูลหรือไม่ เชื่อว่าถ้าไม่มีการช่วยเหลือโดยรวมทุกโอเปอเรเตอร์จะได้ประโยชน์ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมมีความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจ ถ้ามีการช่วยเหลือทุกคนจะได้ประโยชน์"
          นายวิเชาวน์ กล่าวระบุอีกว่า บริษัทนึกไม่ถึงว่า กรณีที่บริษัทขอให้มีมาตรการช่วยเหลือ ดังกล่าวนี้ จะเป็นเรื่องราวใหญ่โต มีหลายฝ่าย เอาไปวิพากษ์วิจารณ์ว่า บริษัทจะเบี้ยวหนี้รัฐบาล และจะเอาเปรียบประชาชน ซึ่งความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น  ส่วนกรณีที่ระบุว่า บริษัทก็มีกำไร อยู่แล้วไม่ได้ขาดทุน จึงไม่ควรมีมาตรการช่วยเหลือ หากมองในภาพของอุตสาหกรรมทั้งหมด ใน ทีวิดิจิทัลเองก็มีบริษัทที่ขาดทุน มีบริษัทที่มีกำไร แต่เวลารัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือ ก็ต้องช่วยทั้งหมด ไม่ได้เลือกปฏิบัติ
          "เอไอเอส"ชี้รัฐช่วย-มีเงินประมูลคลื่น
          วันเดียวกัน นายวีรวัฒน์  เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร เอดับบลิวเอ็น จำกัด กล่าวว่า ตามที่ บริษัทได้ยื่นหนังสือขอพิจารณาขยายเวลาผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ ย่าน 900 ในงวดที่ 4 เนื่องจากราคาประมูลคลื่นดังกล่าวสูงกว่าการประเมินไว้มาก ซึ่งหากรัฐบาลมีมติให้ผ่อนผันการชำระเงินค่าคลื่นดังกล่าวออกไปก็จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม โดยบริษัทจะสามารถนำงบประมาณไปเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่านอื่นๆ ในครั้งต่อไปที่กสทช.กำหนดขึ้น
          ที่สำคัญบริษัทฯจะสามารถนำเงินมาลงทุนขยายโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ เพื่อให้บริการลูกค้า อันได้แก่ประชาชนทั้งประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆที่จะมีนวัตกรรมไปพัฒนาอุตสาหกรรม และธุรกิจต่างๆให้เกิดขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ
          "ฐากร"ลั่นไม่ใช่คนชงเรื่อง
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดแถลงข่าวเช้าวานนี้ว่า มาตรการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการโทรคมนาคมและทีวีดิจิทัล ไม่ใช่เรื่องที่สำนักงานกสทช.เป็นผู้ยื่นเสนอ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมสังคมถึงกล่าวหาว่าสำนักงานกสทช.อุ้มเอกชน ทั้งนี้ค่ายมือถือทั้ง 2 รายได้เสนอเรื่องขอมาตรการช่วยเหลือ และเป็นผู้ชงเรื่องให้รัฐบาลออกม. 44 เองโดยทั้งหมด ตั้งแต่เมื่อเดือนก.ย.ปี 2560
          แต่เรื่องนี้ทั้งรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้มาขอความเห็น จาก กสทช.เองว่ามีความคิดเห็นอย่างไร
          ชี้ให้คสช.ฟันธง"ช่วย-ไม่ช่วย"
          "ขออย่ามาโฟกัสที่คำพูดของผม ถ้า ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้เลอะเลือนไป ก็ทำตามตรรกะของนักวิชาการ ส่วนเรื่องโทรคมนาคมจะ ไม่ช่วยก็ไม่ขัดใจ ถึงปี 2563 ก็นำแบงก์การันตีไปขึ้นเงินเท่านั้นเอง ขอให้ทุกคนที่มีเหตุผลดีส่งไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องส่งมาที่ผม ผมไม่ได้เป็นคนชงไม่ได้อุ้มใคร ตอนนี้รัฐบาลจะช่วยทีวีดิจิทัลก็ช่วยไป" นายฐากร กล่าว
          "ดีแทค"จี้ทบทวนประมูล1800
          ในวันเดียวกัน นายราจีฟ บาวา รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทค ไตรเน็ต ได้ยื่นจดหมายข้อเสนอพร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นต่อการประมูล 1800 เมกะเฮิตรซ์แก่กสทช.ตามที่กสทช.มีแผนจะประมูลคลื่นดังกล่าวในช่วงเดือนมิ.ย.นี้ โดยดีแทคขอเรียกร้องให้พิจารณาทบทวน กฎเกณฑ์การประมูลเดิม เพื่อประโยชน์สูงสุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ผู้บริโภค และร่วมผลักดันนโยบาย ประเทศไทย 4.0
          โดยเสนอว่า 1.รัฐไม่ควรกำหนดราคา ขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ โดยอิงกับราคาชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมื่อปี 2558 เนื่องจากเป็นราคาคลื่นที่ผู้เข้าร่วมการประมูลรายหนึ่งที่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ทั้งย่าน 1800 และย่าน 900 ครั้งที่ผ่านมา  ไล่ราคาจนสูงผิดปกติแล้ว ในที่สุดชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 แต่ไม่สามารถ ที่จะชำระเงินค่าประมูลคลื่นได้
          2.ดีแทคเห็นว่าการกำหนดขนาดคลื่นความถี่จำนวน 3 ชุดคลื่นความถี่ ชุดละ 15 เมกะเฮิรตซ์ ไม่เหมาะสมในทางปฏิบัติ เนื่องจากความต้องการใช้คลื่นความถี่ของผู้เข้าร่วมการประมูลแต่ละรายไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยการกำหนดใบอนุญาตขนาดดังกล่าว จึงเสี่ยงสูงที่จะมีคลื่นความถี่เหลือจากการประมูลเป็นจำนวนมาก
          3.ดีแทคไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเงื่อนไขการนำคลื่นออกประมูลโดยกำหนดให้จำนวนชุดคลื่นความถี่น้อยกว่าจำนวนผู้เข้าประมูล หรือที่เรียกว่า เงื่อนไข N-1 เนื่องจากเป็น ที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าไทยยังจำเป็นต้องจัดสรรคลื่นความถี่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก เพื่อให้มีคลื่นความถี่ใช้งานได้ทัดเทียมประเทศกำลังพัฒนาต่างๆ ทั่วโลก
          4.การกำหนดงวดและระยะเวลาการชำระเงินประมูลใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ตั้งแต่ปี 2558 ยืนยันได้ชัดเจนว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับแรงกดดันจากภาระด้านการเงินที่สูงมาก จึงขอให้กสทช.ทบทวนเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และคลื่นความถี่ย่านอื่นๆเพื่อไม่ให้เป็นภาระทางการเงินเกินกว่าที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะแบกรับไหว
          คสช.เมินอุ้มมือถือ-ช่วยทีวีก่อน
          ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า การใช้ คำสั่ง ม.44 อุ้มไอเอเอสและทรู ยืนยันว่า คสช.ยังไม่ได้พิจารณาใช้มาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด  เพราะตอนนี้ต้องช่วยทีวีดิจิทัลก่อน ส่วนเรื่องค่ายมือถือ 4 จี เอาไว้ทีหลัง
          เมื่อถามว่า ภาคประชาชนเป็นห่วงว่าหาก คสช.ช่วยบริษัทดังกล่าวจะทำให้ประเทศเสียประโยชน์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่ได้ทำอะไรเลย
          ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การใช้มาตรา 44 พักชำระหนี้ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล จะยังไม่มีการ นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (10 เม.ย.) ส่วนจะแยกการช่วยเหลือระหว่าง ผู้ประกอบการโทรคมนาคมกับทีวีดิจิทัล ออกจากกันหรือไม่ ยังไม่ได้หารือ โดยต้องนำทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน แต่รัฐบาลรับทราบว่า มีการ เรียกร้องให้แยกการช่วยเหลือ