"ดีอี"ติดตั้งเน็ตครบทุกหมู่บ้าน

กรุงเทพธุรกิจกระทรวงดีอีโชว์ผลงาน เน็ตประชารัฐเสร็จครบแล้ว 24,700 แห่งในหมู่บ้านที่ไม่มีโครงข่ายไฟเบอร์เข้าถึงตั้งแต่ปลายปี 2560 พร้อมชงครม. เห็นชอบพร้อมลุยต่อเฟส 2 ในอีกกว่า 15,000 หมู่บ้านให้แล้วเสร็จ
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การดำเนินงาน ขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ได้ดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐ ระยะที่ 1 ติดตั้ง โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังหมู่บ้านที่ยังไม่มีบริการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกจำนวน 24,700 หมู่บ้านแล้ว ตั้งแต่วันที่ 19  ธ.ค.2560
          ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินโครงการเน็ตประชารัฐ ระยะที่ 1 สามารถประหยัดงบประมาณได้ด้วยวิธีการเบิกจ่ายแทนกันให้บมจ.ทีโอทีรับเป็นผู้ดำเนินการ
          อย่างไรก็ดี ในขั้นตอนการดำเนินการส่วนต่อไปนั้น กระทรวงดีอีก็จะดำเนินการโครงการเน็ตประชารัฐ ระยะที่ 2 โดยใช้ งบประมาณเหลือจ่าย มาติดตั้งโครงข่าย เน็ตประชารัฐไปยังหมู่บ้านที่เหลืออีกจำนวน 15,732 หมู่บ้านให้แล้วเสร็จ  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ หากดำเนินการเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลตั้งใจให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้โครงข่าย เน็ตประชารัฐเพื่อรับบริการอินเทอร์เน็ตเข้าบ้านเรือนของตนได้ตามความต้องการ
          ขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการต่อยอดโครงข่ายเน็ตประชารัฐประสิทธิภาพสูงที่ได้ติดตั้งไปแล้ว กระทรวงดีอีจะดำเนินการขยายโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกดังกล่าวไปยัง 3,196 โรงเรียน และ 812  โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้โรงเรียนและโรงพยาบาลดังกล่าวสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่ายประสิทธิภาพสูงที่รัฐลงทุนสร้างได้ตามความต้องการ ซึ่งการดำเนินการขยายโครงข่ายของกระทรวงดีอีทั้งหมดนี้ จะแล้วภายในปี 2561
          นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังได้ดำเนินโครงการบริการโทรคมนาคมในพื้นที่ห่างไกล (ยูโซ่) เพื่อให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ผ่านการประมูล ซึ่งในส่วนของบริการบรอดแบนด์ มีผู้ชนะการประมูล 3  รายได้แก่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ทีโอทีและบมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ สำหรับในส่วนบริการด้านโมบายนั้น มีผู้ชนะการประมูล 3 รายเช่นกันได้แก่ กลุ่มทรู, ทีโอที  และบมจ.กสท โทรคมนาคม  ส่วนในเรื่องการคัดค้านของกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจของทีโอทีและกสทฯนั้น นายพิเชฐ กล่าวว่า ตนได้ลงนามให้นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงเป็นผู้รับผิดชอบให้ไปศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างองค์กรตามมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) และกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นของ ทีโอที และกสทฯ ซึ่งเป็นข้อห่วงใยของสหภาพและพนักงาน เพื่อให้การดำเนินงาน เป็นไปอย่างรอบคอบมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจของทั้ง 4 บริษัท มีความเข้มแข็งในระยะยาว กระทรวงดิจิทัลฯจึงได้เสนอจัดตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อพิจารณารายละเอียดในด้านต่างๆ ในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้
          รัฐบาลมีความตั้งใจให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้โครงข่ายเน็ตประชารัฐได้ตามความต้องการ
          พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์