DTACลุ้นไตรมาส1งบสวย กำไรพุ่ง 189% แตะ 661 ล้าน

DTAC ลุ้นงบไตรมาส 1/61 กำไรพุ่ง 189% แตะ 661 ล้านบาท จ่อเซ็นสัญญาคลื่น 2300 MHz กับ TOT ในไตรมาส 2-3/61 กดดันต้นทุนเพิ่ม ส่งผลปี 61 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,944 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน โบรกฯ แนะ “ถือ” เป้า 53 บาท
          บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 1/2561 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 661 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 229 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรของการขายเครื่องที่ดีขึ้น เป็นติดลบ 17% จากเดิม ติดลบ 39.2% และต้นทุนค่าใช้คลื่นที่ลดลง
          ทั้งนี้ กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2561 เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 542 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน ตามค่าใช้จ่ายโครงข่ายที่ลดลง และอัตรากำไรของการขายเครื่องที่มีแนวโน้มดีขึ้น รวมทั้งคาดว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 3% จากไตรมาสก่อน
          ขณะที่คาดว่ารายได้ของ DTAC จะอยู่ที่ 19,715 ล้านบาท ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 20,274 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่ารายได้จากค่าบริการจะทรงตัวอยู่ที่ 16,400 ล้านบาท และคาดว่ารายได้จากยอดขายเครื่องมือถือจะอยู่ที่ 2,400 ล้านบาท ลดลง 20% จากไตรมาสก่อน
          ทั้งนี้ แม้คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/2561 จะคิดเป็นสัดส่วนถึง 34% ของประมาณการกำไรปี 2561 แต่ยังคงประมาณการกำไรปี 2561 ไว้ที่ 1,944 ล้านบาท ลดลง 8% จากปี 2560 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,115 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่ากำไรมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงในครึ่งหลังของปี 2561 เพราะถูกกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการใช้คลื่น 2300 MHz ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ปีละ 4,510 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในไตรมาส 2/2561 หรือไตรมาส 3/2561 และเริ่มใช้บริการในไตรมาส 4/2561 นอกจากนี้ยังคาดว่า DTAC จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเช่าเสาสัญญาณ และสายไฟเบอร์กลับคืนจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานด้วย
          ขณะเดียวกัน คาดว่ากำไรสุทธิของ DTAC จะถึงจุดต่ำสุดในปี 2561 และจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2562 ตามต้นทุนค่าใช้คลื่นที่ลดลงหลังสิ้นสุดสัมปทานในปลายไตรมาส 3/2561 และอัตรากำไรจากการขายเครื่องมือถือที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่ายังมีความเสี่ยงจากการที่ความสามารถในการแข่งขันอาจลดลงมากกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากนโยบายอุดหนุนค่าเครื่องของ DTAC ยังคงเน้นเฉพาะกลุ่มลูกค้าแบบรายเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน (ARPU) มากกว่ากลุ่มอื่น ในขณะที่คู่แข่งมีแคมเปญอุดหนุนค่าเครื่องทั้งในส่วนของลูกค้าระบบรายเดือน และระบบเติมเงิน
          ดังนั้น ยังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 53 บาท และคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากมองว่ายังมีความเสี่ยงจากการที่บริษัทเสียฐานลูกค้าไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังจะกดดันการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป