พ.ร.บ.ไซเบอร์จ่อเข้าครม. "ดีอี"ร่วมญี่ปุนตั้งศูนย์อาเซียนสร้างนักรบดิจิตอล

 ดีอี เผยความคืบหน้า พ.ร.บ.ไซเบอร์ผ่านการหารือกฤษฎีกาเรียบร้อย เตรียมชงเข้าครม. ภายใน 1-2 เดือน ล่าสุดร่วมญี่ปุ่นเปิดศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. . ว่าขณะนี้ร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับผ่านการหารือร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า โดยหากผ่านการพิจารณาจาก ครม. แล้วจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ทันที โดยไม่ต้องส่งกลับมายังกฤษฎีกา
          "ส่วนกรณีที่มีผู้กังวลเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตามร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. . นั้นมีอำนาจเหลือล้น ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายสากล ที่ประเทศอื่นใช้กันโดยหลักการทั่วไป โดยการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดจะต้องขออำนาจจากศาล แม้จะให้อำนาจ คกก. อนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการผู้กระทำความผิด แต่จะต้องดำเนินการแจ้งต่อศาลทันที"
          อย่างไรก็ตามในการดำเนินทางด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์นั้นมีการดำเนินการล่วงหน้าโดยไม่รอกฎหมาย โดยล่าสุดได้จัดตั้งศูนย์ความร่วม มืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre ตามมติที่ประชุม TELMIN-Japan หรือการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศกัมพูชาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดตั้งศูนย์ ขณะนี้ได้มีความพร้อมเป็นอย่างมาก โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณเดือนมิถุนายน 2561 ที่จะถึงนี้
          ซึ่งกระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงาน เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์นี้ได้รับการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่นทั้งด้านงบประมาณและองค์ความรู้ต่างๆ ทำให้สามารถดำเนินการฝึกอบรมให้แก่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ศูนย์ความร่วมมืออาเซียนญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre นอกจากเป็นการเตรียมพัฒนาบุคลากรไซเบอร์ในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อทำงานร่วมกันแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับภูมิภาค ตามแผน ASEAN ICT Master Plan 2020 ด้วย ซึ่งมียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศและการรับรองความปลอดภัย (Information Security and Assurance) เป็นแผนงานที่จะทำงานร่วมกัน
          สำหรับแผน ASEAN ICT Master Plan 2020 มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ ตั้งแต่การปกป้องข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยเครือข่าย ตลอดจนการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) ของอาเซียน และความร่วมมือด้านการรับมือภัยคุกคามในระดับภูมิภาค ไปจนถึงการศึกษาการจัดตั้ง ASEAN CERT และการพัฒนากรอบแนวทางการดำเนินงานการรับมือภัยคุกคาม (Incident Reporting Framework) ที่เป็นมาตรฐานกลางสำหรับภูมิภาคในการทำงานของทั้งรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ยังรวมถึงการสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และทำให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
          "ในส่วนของการเตรียมการ กระทรวง ได้ดำเนินการคู่ขนานกับทางอาเซียนและประเทศญี่ปุ่น โดยญี่ปุ่นเป็นผู้เตรียมงบประมาณ ส่วนไทยเตรียมคนและสถานที่ ซึ่งยังมีเรื่องของการอนุมัติงบประมาณจากประเทศญี่ปุ่นที่ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการ เพราะรายละเอียดหลายอย่างต้องผ่านการเห็นชอบของอาเซียนก่อนอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้ได้เตรียมพร้อมให้สามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณ ทั้งเรื่องแผนการดำเนินการ รายละเอียดหลักสูตรที่จะใช้ฝึกอบรม หรือแม้ แต่การเตรียมการด้านโลจิสติกส์ต่างๆ ซึ่งเราคาดว่าจะมีการจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการภาย ในเดือนมิถุนายนนี้ และเริ่มการฝึกอบรมสำหรับอาเซียนครั้งแรกไปพร้อมกันเลย"