มือถือ-ทีวีดิจิทัลรอเก้อ!"คสช."ไร้มาตรการอุ้ม

 “คสช.” ยังไม่พิจารณามาตรการช่วยเหลือค่ายมือถือ-ทีวีดิจิทัล นายกฯสั่ง "วิษณุ" เร่งหาข้อสรุปให้เสร็จภายในเม.ย.นี้ ยึดรัฐไม่เสียหาย-เอกชนดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ด้านกสทช.ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ย้ำรัฐไม่เสียผลประโยชน์
          พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อสั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดแก้ไขปัญหาเรื่องค่าเช่าโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และการขยายค่างวดประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
          อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีให้แนวทางว่าขอให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงสิ่งสำคัญ 2 ประการ คือ 1.ต้องให้เอกชนสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ไม่กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน และให้เอกชนยอมรับความจริงเรื่องความเสี่ยงทางธุรกิจ และ 2.ต้องไม่ให้ผลประโยชน์ของรัฐเสียหาย
          “นายกฯ กำชับให้เร่งรัดแก้ปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว คิดว่าน่าจะจบก่อน เม.ย.นี้ จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุม คสช. และ ครม.ตามกระบวนการ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ไม่ใช่ ครม. ซึ่งไม่แน่ใจว่า คสช.จะเรียกประชุมเมื่อใด ขณะที่อีกมุมแต่ละคนก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าธุรกิจก็มีความเสี่ยง ในเมื่อทุกคนอยากมีกำไรแล้ววันหนึ่งไม่ได้กำไรตามปรารถนาแล้วมาบอกว่าคนนั้น คนนี้ต้องรับผิดชอบควรหรือไม่” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
          พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า การชี้แจงของ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อที่ประชุม คสช.เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ท่านจะรับฟังข้อมูลทุกอย่าง เนื่องจากท่านก็รับข้อมูลมาจากหลายทาง ทั้งที่เปิดเผย และไม่เปิดเผย
          ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.ได้จัดทำเอกสารชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม และผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เพื่อเสนอต่อ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุม คสช.ต่อไป หลังจากเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา ที่ประชุม คสช.ยังไม่ได้ข้อสรุป และให้สำนักงาน กสทช.ทำข้อมูลมาเสนออีกครั้ง
          สำหรับข้อมูลที่ สำนักงาน กสทช.จัดทำขึ้นเป็นการตั้งสมมติฐานในหลายกรณี โดยกรณี คสช.ไม่ออกคำสั่งให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินค่างวดคลื่น 900 MHz งวดที่ 4 ในปี 2563 จะทำให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ADVANC และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ไม่สามารถเข้าประมูลคลื่นในปีนี้ได้ เนื่องจากทั้ง 2 รายมีหนี้จากการกู้เงินธนาคารพาณิชย์รวมกว่า 120,000 ล้านบาท และกรณีไม่มีการประมูล และ คสช.ไม่ออกคำสั่งให้ขยายระยะเวลาชำระค่างวด รัฐจะมีรายได้ปี 2561-2567 จำนวน 166,991.16 ล้านบาท
          ส่วนกรณี คสช.ออกคำสั่งให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินค่างวดคลื่น 900 MHz งวดที่ 4 ในปี 2563 ออกไปอีก 5 ปี จนถึงปี 2567 โดยคิดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5% รัฐจะมีรายได้จากการเก็บอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้น 3,593.76 ล้านบาท และเมื่อขยายระยะเวลาการชำระเงินค่างวดดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่ 2 บริษัทจะกลับมาเข้าร่วมประมูล โดยกรณีออกใบอนุญาต 3 ใบ รัฐจะมีรายได้ปี 2561-2567 จำนวน 291,314.20 ล้านบาท และกรณีออกใบอนุญาต 2 ใบ รัฐจะมีรายได้ปี 2561-2567 จำนวน 251,154.96 ล้านบาท
          ขณะที่กรณีออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ซึ่งมีผู้เสนอความเห็นว่าทำไมไม่รอคำสั่งศาลปกครองสูงสุดนั้น ขอชี้แจงว่าคำสั่งศาลปกครองกลางที่ออกมาไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการช่วยเหลือที่จะออกมา ดังนั้นจึงไม่ต้องรอคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีข้อสรุปในคณะทำงานชุดที่มีนายวิษณุ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา ได้แก่ ให้พักชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นเวลา 3 ปี พร้อมคิดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ กสทช.จะสนับสนุนเรื่องโครงข่ายภาคพื้นดินไม่เกิน 50% ภายในระยะเวลา 24 เดือน นับตั้งแต่วันที่ คสช.ออกคำสั่งตามมาตรา 44
          ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคม ได้แก่ การขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz งวดที่ 4 ซึ่งต้องชำระประมาณ 60,000 ล้านบาท/ราย ในปี 2563 ออกไปอีก 5 ปี เป็น 8 ปี หรือจนถึงปี 2567 พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.ให้กับผู้ชนะการประมูลทั้ง 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN บริษัทในเครือ ADVANC และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC บริษัทในเครือ TRUE