เร่งสปีดรับ5จี-ปรับคอนเทนต์ ผ่าวิกฤตสื่อ-ชู2ข้อช่วยดิจิทัล หอค้าหวั่นเทรดวอร์บาน วอนสหรัฐงดกีดกันไทย 1เมย.เอสเอ็มอีมึนค่าแรง

 'เอสเอ็มอี'คาดอ่วมดีเดย์ปรับค่าแรง 1 เม.ย. จี้รัฐปรับเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือ
          'ฐากร'ยันไทยก้าวสู่5จีปี'63
          เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยในงานเสวนา "ทางรอดอุตสาหกรรมสื่อไทยในยุคดิจิทัล" ที่ศูนย์การเรียนรู้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสว่า ขณะนี้หลายประเทศเตรียมความพร้อมเรื่อง 5จี ไว้บ้างแล้ว โดยประเทศไทยต้องเร่งกระตุ้นให้คนไทยรับมือ เพราะปลายปี 2563 เทคโนโลยี 5จี จะเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างแน่นอน ซึ่งยังมีเวลาในการ เตรียมการอีก 2 ปี โดยไทยต้องมองว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน ภาคอุตสาหกรรม มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะไทยยังพึ่งพาแรงงานจากคน เมื่อมี 5จี จะใช้ไอโอที (Internet of Things) ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์การผลิต ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องลดต้นทุนการผลิต คนใช้แรงงานต้องปรับตัว เช่น ไปทำงานอื่น หรือเพิ่มทักษะ
          นายสรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา ส่งผลให้สื่อ สิ่งพิมพ์อาจจะประสบปัญหา โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าสื่อไม่มีวันตาย และมั่นใจว่าสื่อสิ่งพิมพ์สามารถที่จะอยู่รอดต่อไปได้ แต่จำเป็นต้องปรับเนื้อหาให้ตรงใจผู้อ่านมากขึ้น ทั้งนี้ เห็นว่าสิ่งที่สิ่งพิมพ์ต้องทำคือ จับมือกันเพื่อลดต้นทุน เช่น เครือมติชนให้สยามสปอร์ตเป็นผู้จัดจำหน่าย สิ่งพิมพ์ ลดต้นทุนการจัดส่ง เป็นต้น ขณะเดียวกันก็ต้องเดินหน้าเชิงรุก สร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์มากขึ้น (อ่านรายละเอียดหน้า 2)
          เอสเอ็มไอชี้ศก.ในปท.ชะลอตัว
          นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสแรกปี 2561 (มกราคม-มีนาคม) น่าจะขยายตัวได้ใกล้ 4% และคาดว่าจีดีพีทั้งปีจะขยายตัวได้ 4.1% ขณะที่ การส่งออกจะขยายตัวถึง 7% ว่า จีดีพีและตัวเลขส่งออกที่เติบโตแม้จะเป็นเรื่องดีแต่มองว่าเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจในภาพรวม เพราะตัวเลขที่ดีมาจากการส่งออกที่ขยายตัว ขณะที่ภาคธุรกิจในประเทศชะลอตัว การค้าขายไม่ดี ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในประเทศประสบปัญหาด้านยอดขาย เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกจังหวัด แม้กระทั่งร้านขายอาหารก็ประสบปัญหาขายไม่ดีเช่นกัน ซึ่งยอดขายที่ลดลงก็มาจากกำลังซื้อของประชาชนที่ประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตรหลายตัวตกต่ำ ดังนั้น ตัวเลขจีดีพีที่ดีจึงมาจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว เป็นการขยายตัวของบางกลุ่มเท่านั้น
          เอสเอ็มอีกระอักค่าแรงขึ้น1เม.ย.
          นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า สำหรับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศที่จะมีผลวันที่ 1 เมษายน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอีต้องรับมือ เพราะนอกจากประเด็นเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวยังต้องมาเจอกับปัจจัยค่าแรงที่ปรับสูงขึ้น แน่นอนว่ากระทบต่อต้นทุนการผลิตให้ปรับสูงขึ้น และตามปกติ ผู้ประกอบการจะผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า แต่สถานการณ์ปัจจุบันพบว่าไม่สามารถขึ้นราคาได้ เพราะราคาปกติก็ขายได้ไม่มากอยู่แล้วจากกำลังซื้อที่ไม่ดี ทั้งหมดจึงเป็นปัญหาสำคัญของเอสเอ็มอีในเวลานี้
          "ประเด็นค่าแรงที่ปกติจะมีคณะกรรมการค่าจ้างจังหวัดเป็นผู้พิจารณาก่อนจะส่งต่อให้คณะกรรมการค่าจ้างกลางเป็นผู้เคาะขั้นสุดท้าย ซึ่งการพิจารณารอบล่าสุดที่จะมีผลวันที่ 1 เมษายนนี้ ถือเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไม่เข้าใจ เพราะปกติการกำหนดค่าแรงจะพิจารณาจากเศรษฐกิจภายในจังหวัด หากเศรษฐกิจใหญ่กว่าค่าแรงจะมากกว่าเพราะค่าครองชีพสูงกว่า แต่การขึ้นค่าแรงครั้งนี้ไม่เข้าใจว่าพิจารณาจากอะไร ยกตัวอย่างจังหวัดหนองคายที่ขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่าจังหวัดอุดรธานี แต่ค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดหนองคายกลับอยู่ที่ 320 บาทต่อวัน ขณะที่จังหวัดอุดรธานีอยู่ที่ 315 บาทต่อวัน ดังนั้น ภาครัฐต้องมีมาตรการรองรับ ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่กำลังได้รับความเดือดร้อน" นายศักดิ์ชัยกล่าว
          นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า ทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งแนวทางนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือที่เอื้อกับผู้ประกอบการจริงๆ เพราะเท่าที่หารือกับ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทราบว่าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือค่อนข้างซับซ้อนใช้เกณฑ์เดียวกับสถาบันการเงินเอกชน ทำให้การขอกู้ติดปัญหาเพื่อสภาพคล่อง หรือการซื้อเครื่องจักรไม่คล่องตัว ดังนั้น รัฐต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะต้องไม่ลืมว่าปัญหาของเอสเอ็มอีคือการเข้าไม่ถึงแหล่งเงิน เพราะสถาบันการเงินมีหลักเกณฑ์ค่อนข้างมาก หากรัฐออกสินเชื่อมาช่วยเหลือก็ควรทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินได้ง่ายด้วย
          สอท.ชี้ข่าวดีแบงก์ชาติปรับเป้า
          นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธาน ส.อ.ท. สายงานลงทุน กล่าวว่า กรณีที่ ธปท.มองว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปีจะขยายตัวถึง 4.1% จากเดิมมองว่า 3.94% ถือเป็นข่าวดีที่มีการปรับ เป้าหมายทางเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันปัจจัยหลักมาจากการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยที่ขยายตัว ซึ่ง 2 กลุ่มนี้มีสัดส่วนทางเศรษฐกิจมากถึง 70% ทั้งการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องมาจากปี 2560 และดีต่อเนื่องในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ขณะที่การท่องเที่ยวไทยก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก ล่าสุดไทยได้รับการจัดอันดับประเทศที่น่าเที่ยวแซงหน้าลอนดอน ประเทศอังกฤษ และปารีส ประเทศฝรั่งเศส ยิ่งทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแน่นอน
          จับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน
          นายเกรียงไกรกล่าวว่า สิ่งที่ไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่สหรัฐเพิ่มกำแพงภาษีเพื่อหวังลดการขาดดุลการค้าจากจีนลง 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจุบันขาดดุลอยู่ 370,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งผลจากการเพิ่มภาษีสินค้า 1,300 รายการนั้น สามารถลดการขาดดุลได้เพียง 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่จีนเองโต้ตอบด้วยการเก็บภาษีสินค้าเกษตรของสหรัฐ แต่ตัวเลขรวมไม่มากเพียง 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้น ต้องติดตามการเจรจาของ 2 ประเทศว่าจะเดินไปทิศทางใด เพราะไม่ว่าผลการเจรจาจะออกมาอย่างไรก็จะส่งผลต่อประเทศไทยแน่นอน
          "นอกจากการค้าระหว่างไทยที่ส่งออกไปสหรัฐ 10-11% และไทยส่งออกไปจีน 12% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มากแล้ว ไทยเองก็มีสัดส่วนส่งออกไปขายในอาเซียนถึง 25% ตลาดนี้สำคัญมาก หากสุดท้ายจีนไม่ขายให้สหรัฐแต่เลือกขายในตลาดอาเซียน ไทยจะเจอปัญหาโดนสินค้าจากจีนแย่งตลาดแน่นอน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญ" นายเกรียงไกรกล่าว
          ห่วงบาทแข็งยาวฉุดขาดทุน
          น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า สภาผู้ส่งออก คาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ 5.5% จากปีที่ผ่านมา ภายใต้สมมุติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพราะตัวเลขการส่งออกของปีนี้เพิ่งออกมาได้ 2 เดือนจึงต้องติดตามปัจจัยที่จะมีผลกระทบกับการส่งออกต่อไป อย่างไรก็ตามการส่งออกในรูปเงินบาทเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ติดลบ แต่ในรูปเงินเหรียญสหรัฐขยายตัว จากผลกระทบ เงินบาทแข็งค่า เรื่องนี้หากเกิดในระยะสั้นดูจะไม่มีผลกระทบนักเพราะผู้ประกอบการส่งออกของไทยพยายามผลักดันการส่งออกให้ได้ในปริมาณมากขึ้นเพื่อชดเชยเงินบาทที่หายไป ส่วนในระยะกลาง-ยาว หากการส่งออกใน รูปแบบเงินยังติดลบ จะทำให้ผู้ประกอบการเริ่มขาดทุน ส่งผลไปถึงการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐที่อาจจะลดลงได้
          "ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับทราบถึงปัญหาและดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องไม่ได้กระทบเพียงรายได้รูปเงินบาทของผู้ส่งออก แต่จะกระทบกับภาคการท่องเที่ยวของไทยด้วย ซึ่งเป็นอีกตัว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยต่างชาติเวลาเข้ามาเที่ยวในไทยจะต้องใช้เงินปริมาณเพิ่มขึ้นในการซื้อสินค้าหรือบริการในปริมาณเดิม" น.ส.กัณญภัคกล่าว
          น.ส.กัณญภัคกล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจภาพรวมของไทยโดยเฉพาะการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ เชื่อว่าภาพรวมจะออกมาดี หลายสำนักคาดการณ์ ออกมาว่าจะขยายตัวได้ 4-4.5% จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามแม้ตัวเลขโดยรวมจะออกมาดีแต่คนยังมีความรู้สึกว่ากำลังซื้อหรือการจับจ่ายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่นั้น ประกอบกับผลจากการที่ภาครัฐมีการอัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ แต่เงินยังกระจุกอยู่กับบางพื้นที่ อย่างท่องเที่ยวก็ได้เฉพาะกับเมืองใหญ่ ทำให้รายได้กระจายไม่ทั่วถึง
          ขอสหรัฐไม่กีดกันการค้าไทย
          นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อว่าจีดีพีปีนี้ของไทยจะดีกว่าปีที่ผ่านมา การขยายตัวของจีดีพีปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4% เพราะมีประสบการณ์การแก้ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐจากปีก่อนมาแล้วที่เบิกจ่ายล่าช้า น่าจะทำให้ปีนี้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและการลงทุนอัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทำได้รวดเร็วและถูกต้อง ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนดีขึ้นด้วย โดยจากการประชุมกับหอการค้าไทยทุกภาคต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสัญญาณทางเศรษฐกิจดีขึ้น ประกอบกับคาดว่าส่งออกกับการท่องเที่ยว ของไทยจะขยายตัวต่อเนื่องจนผลักดันให้ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยหอการค้าไทยและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) คาดการณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจปีนี้ทิศทางเดียวกัน คือขยายตัวได้ในกรอบ 3.5-6% และจีดีพีขยายตัวในกรอบ 3.8-4.5%
          นายกลินท์กล่าวว่า ส่วนปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกอย่างสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ยังติดตามอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร ยังไม่ได้สรุป ขอติดตามดูในช่วง 2-3 เดือนนี้ก่อน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางหอการค้าไทยได้ส่งหนังสือถึงหอการค้าสหรัฐเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญของหนังสือได้ย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างการค้า การลงทุนระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน และต่างสร้างประโยชน์ให้กับทั้งสองประเทศทั้งการที่ไทยไปลงทุนในสหรัฐจำนวนมาก และสหรัฐก็เข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งต้องมีการนำเข้าสินค้า และสร้างงานภายในประเทศของตน ขณะเดียวกันในหนังสือได้ขอให้มีการพิจารณามีข้อยกเว้นด้านการค้าการลงทุนกับไทยในเรื่องที่จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าทั้งในปัจจุบัน และในอนาคตที่สหรัฐจะมีมาตรการทางกีดกันทางการค้าออกมา โดยสื่อสารผ่านหอการค้าสหรัฐ ซึ่งทางภาครัฐของสหรัฐเวลาจะดำเนินการอะไรก็จะมีการขอความเห็นจากภาคเอกชนสหรัฐ และรับฟังความคิดเห็นของหอการค้าสหรัฐอยู่แล้ว
          นายกลินท์กล่าวถึงการจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของปี 2561 ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนว่า เชื่อว่าผู้ประกอบการทราบเรื่องนี้ล่วงหน้าอยู่แล้วที่จะเตรียมการรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
          ผลิตก๊าซแหล่งสิริกิติ์สะดุด
          นายศักดิ์เฉลิม สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณี ปตท.ได้ตรวจพบปัญหาจากกระบวนการผลิตก๊าซ แหล่งสิริกิติ์ ว่า ขณะนี้ ปตท.ร่วมกับผู้ผลิต อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ปัญหาดังกล่าว โดย ปตท.มีความจำเป็นต้องหยุดรับก๊าซธรรมชาติจากแหล่งสิริกิติ์ ทำให้สถานีก๊าซธรรมชาติหลักลานกระบือ จ.กำแพงเพชร ไม่สามารถผลิตก๊าซเอ็นจีวีให้บริการผู้ใช้ก๊าซในพื้นที่ภาคเหนือตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ขึ้นไปได้
          "ปตท.กำลังเร่งจัดสรรก๊าซเอ็นจีวีจากส่วนกลางเพื่อบรรเทาความต้องการใช้ก๊าซในพื้นที่ภาคเหนือ แต่อาจพบปัญหาก๊าซขาดในบางช่วงเวลา เนื่องด้วยระยะทางขนส่งที่ไกล และจำเป็นต้องปิดให้บริการสถานีบริการในพื้นที่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ สถานีบริการเอ็นจีวี ปตท.ตาก เคที.แอนซันส์ จ.ตาก และสถานีบริการเอ็นจีวี ปตท. ศรีสุธา จ.พิษณุโลก เนื่องจากสถานีบริการมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถรองรับจำนวนรถที่รอให้บริการได้" นายศักดิ์เฉลิมกล่าว
          ขบ.ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์
          นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงแนวทางการ เตรียมความพร้อมช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า กรมการขนส่งทางบกได้เตรียมความพร้อมรองรับก่อนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 ภายใต้แนวคิด "เซฟ ไดรฟ์ เซฟ ไลฟ์ ปลอดภัยทุกชีวิต ขับรถเป็นมิตร ผู้ร่วมทาง" ขานรับนโยบายกระทรวงคมนาคมที่กำหนดมาตรการเข้มข้น 777 ยกกำลัง 3 แบ่งเป็น 7 วันก่อนเทศกาล วันที่ 4-10 เมษายน 2561, 7 วัน ระหว่างเทศกาล วันที่ 11-17 เมษายน 2561 และ 7 วันหลังเทศกาล วันที่ 18-24 เมษายน 2561 โดยตั้งเป้าหมายลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกแห่งทั่วประเทศออกตั้งจุดตรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จุดจอด จุดพักรถ เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา
          นายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ในเดือนเมษายนนี้ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีผู้โดยสารเดินทางเป็นจำนวนมาก แต่ในปีนี้นกแอร์ได้ตัดสินใจเพิ่มเที่ยวบินเพียง 2 เที่ยวบินเท่านั้นในเส้นทางกรุงเทพฯ-ตรัง น้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา ที่จะเพิ่มประมาณ 10 เที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม ในช่วงสงกรานต์จะพยายามรักษาเวลาให้ดีที่สุด และยังมั่นใจว่าการล่าช้า หรือดีเลย์ ต้องเป็นศูนย์ โดยได้สั่งการให้ผู้บริหารประชุมร่วมกันทุกเช้า และช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดปัญหาดีเลย์ เพราะเป็นช่วงเทศกาลสำคัญของคนไทย บางคนกลับภูมิลำเนาไปหาครอบครัว บางคนไปเที่ยวพักผ่อน จึงไม่อยากให้ต้องมาเสียเวลากับปัญหาดีเลย์
          สงกรานต์กะเหรี่ยงกาญจน์เริ่มแล้ว
          ที่ จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณวัดสเน่พ่อง หมู่ 1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงจากหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ทองผาภูมิ และนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมาร่วมงานประเพณีวันสงกรานต์กะเหรี่ยงคึกคัก ซึ่งวันนี้เป็นวันมหาสงกรานต์ โดยผู้ร่วมงานได้ร่วมกันรับศีลจากพระภิกษุสงฆ์ บริเวณลานพิธีใต้ต้นโพธิ์บริเวณวัด ก่อนจะร่วมพิธีตักบาตร พิธีทำความสะอาดต้นโพธิ์ และค้ำต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งถือว่าต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ได้ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน จึงถือเป็นเสมือนตัวแทนของพระพุทธเจ้า
          ที่โรงเรียนวัดโบสถ์อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี นายสุทธิพงศ์ พุทธจันทรา นายอำเภออินทร์บุรี แถลงข่าวการจัดโครงการย้อนยุคปีใหม่ไทย เบิกบานใจ ในเมืองพระอินทร์ (ถนนข้าวก้นบาตร) จะมีการจัดงานในวันที่ 13 เมษายน มีขบวนแห่หลวงพ่อผึ่งและอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ อินทร์บุรี ขบวนการละเล่นพื้นบ้าน ลาวแง้ว ทราวดี กลองยาวพื้นบ้าน บางระจัน ขบวนรณรงค์ให้ตระหนักถึงอันตรายจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด การประกวดหน้าบ้านน่ามอง อัตลักษณ์สงกรานต์ไทย สรงน้ำพระสงฆ์วัดโบสถ์ และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ต.อินทร์บุรี
          หาดใหญ่คาดสะพัด250ล้าน
          ที่ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์กรภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ ได้ร่วมเตรียมความพร้อมในการจัดเทศกาล "หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์" ซึ่งกำหนดจัดขึ้น 2 จุด จุดแรกย่านถนนเสน่หานุสรณ์ กลางเมืองหาดใหญ่ กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 12-13 เมษายน ซึ่งจะเน้นกิจกรรมบันเทิงและการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันทั้งภาคกลางวันและกลางคืน ส่วนอีกจุดคือบริเวณสวนหย่อมมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง กำหนดจัดระหว่าง 12-15 เมษายน เน้นกิจกรรมด้านวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์แบบไทย
          นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สำหรับการจัดงานสงกรานต์ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด สงกรานต์วิถีไทย ปลอดเหล้า ปลอดภัย นอกจากมีการจัดงานภาคบันเทิง ภาคประเพณีแล้ว ไฮไลต์ของงานคือกิจกรรม "ชวนคุณแต่งชุดไทยเที่ยวงาน" โดยมีกำหนดเปิดงานในวันที่ 14 เมษายน ที่สวนหย่อมมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง และร่วมกิจกรรมแต่งไทย ถูกใจกรรมการ จะมีรางวัลมอบให้แก่ผู้แต่งกายชุดไทยได้ถูกใจกรรมการ สร้างสีสันในการจัดงานสงกรานต์
          "ขณะนี้ห้องพักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยยังมีห้องว่างสำหรับนักท่องเที่ยว คาดว่าต้นเดือนเมษายนนี้ห้องพักโรงแรมในตัวเมืองหาดใหญ่จะถูกจองเต็มทั้งหมด สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท" นายสุรพลกล่าว
          ปล่อยน้ำลงคลองรับสงกรานต์
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประตูควบคุมน้ำและประตูระบายน้ำคลองส่งน้ำที่ 1 โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.โครงการชลประทานห้วยหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำพิธีเปิดประตูระบายน้ำลงสู่คลองส่งน้ำที่ 1 เพื่อส่งน้ำผ่านโครงการจิตอาสาพัฒนาคูคลอง ไปยังหนองประจักษ์ ศิลปาคม ทน.อุดรธานี
          นายวัฒนากล่าวว่า น้ำที่ปล่อยออกจากอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง จะไหลผ่านบริเวณโครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ อย่างเป็นทางการของ จ.อุดรธานี ในการพัฒนาปรับภูมิทัศน์ คลองส่งน้ำชลประทาน ช่วงต่อ ทม.หนองสำโรงทน.อุดรธานี ระยะทาง 2.9 กม. ก่อนไหลเข้าสูงหนองประจักษ์ฯระหว่างวันที่ 26-28 มีนาคมที่ผ่านมา การปล่อยน้ำจะทำให้โครงการจิตอาสาสมบูรณ์ และยังช่วยเติมน้ำในหนองประจักษ์ ก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ เชื่อว่าคลองสายนี้จะมีผู้คนไปเล่นน้ำสงกรานต์มากขึ้น
          ภาค5เข้มงวดจับปรับ10ข้อหา
          พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยในเทศกาลประเพณีสงกรานต์ หรือ ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ว่า ปีนี้เน้นรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว การจราจร เป็นหลัก โดยเฉพาะพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีด่านตรวจ ด่านความมั่นคง และด่านบริการทุกเส้นทาง ใช้กำลังดูแลกว่า 20,000 นาย โดยห้าม เจ้าหน้าที่หยุดหรือลาในช่วงวันที่ 11-17 เมษายน หรือ 7 วันอันตราย เพื่อรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินคดี หรือจับปรับ 10 ข้อหา คือ ขับรถเร็ว ขับรถย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่พกใบขับขี่ แซงในที่คับขัน เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย มอเตอร์ไซค์ปลอดภัย และใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ยานพาหนะ ส่วนเชียงใหม่ ที่เป็นเมืองหลักท่องเที่ยวสงกรานต์ ได้ระดม เจ้าหน้าที่ทั้งภาค 5 ตำรวจภูธรจังหวัด ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจรถไฟ ออกกวาดล้างอาชญากรรมทั้งก่อนงาน ระหว่างงาน และหลังงาน โดยระดมกวาดล้างวันที่ 2 เมษายนเป็นต้นไป พร้อมใช้กล้องวงจรปิดหรือ ซีซีทีวีของเทศบาลนครเชียงใหม่ จำนวน 400 จุด และใช้โดรนบินสังเกตการณ์พื้นที่เล่นสาดน้ำ หรือพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันอาชญากรรมและลดอุบัติเหตุไปพร้อมกัน
          "ปีนี้เชื่อว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเล่นสาดน้ำปี๋ใหม่เมืองจำนวนมาก ดังนั้น ได้รณรงค์ให้แต่งกายด้วยชุดไทย หรือชุดพื้นเมืองแบบล้านนา เพื่อรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ห้ามจำหน่ายและดื่มเขตปลอดแอลกอฮอล์ ห้ามแต่งโป๊ อนาจาร ล่อแหลม ลวนลาม ประแป้ง เต้นโคโยตี้ หรือเปิดเพลงเสียงดัง หากฝ่าฝืน หรือขัดต่อประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น จะดำเนินคดีตามกฎหมาย" พล.ต.ต.พิทยากล่าว
          โคราชคืนผิวถนน10เม.ย.แก้ติด
          นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงมาตรการรองรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ว่า ทางจ.นครราชสีมา ได้วางมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและการอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชน โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมหรือสร้างถนนจะต้องคืนผิวถนนในจ.นครราชสีมา ให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 10 เมษายน 2561 และรถบรรทุกทุกคันต้องหยุดวิ่งในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 11 เมษายน 2561 ยกเว้น รถบรรทุกน้ำมันและรถบรรทุกที่มีความจำเป็น และจุดที่คาดว่าจะมีรถติดสะสมอาทิ ทางขึ้นเขาอ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี-อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา, ช่วงลำตะคอง อ.ปากช่องอ.สีคิ้ว ที่มีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์, ช่วงสามแยกปักธงชัยและบายพาสเลี่ยงเมือง อ.เมืองนครราชสีมา, แยกอวยชัย อ.ปักธงชัย, สามแยกปักธงชัย,สี่แยกอำเภอโชคชัย,แยกตลาดแค อ.โนนสูงและแยกบ้านวัด อ.คง ทั้งหมดนี้จะมีตำรวจ,ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย,ฝ่ายปกครองและมูลนิธิการกุศลต่างๆ ตั้งจุดคอยอำนวยความสะดวกการจราจรไม่ให้รถติดขัดหรือปริมาณรถสะสมน้อยที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะปีนี้คาดว่าการจราจรมุ่งสู่ภาคอีสานน่าจะมีปัญหาเพราะอยู่ระหว่างการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางพอสมควร ทั้งนี้ทางจังหวัดนครราชสีมาขอแนะนำให้พี่น้องชาวภาคอีสานที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาผ่านจ.นครราชสีมาให้วางแผนการเดินทางไว้ก่อนไม่ว่าจะเป็นการเดินทางก่อนหรือกลับก่อนตลอดจนการหันไปใช้ทางเลี่ยงเพื่อลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด
          แห่ลงทะเบียนแรงงานวันสุดท้าย
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าววันสุดท้ายทั่วประเทศยังมีแรงงานประเทศเพื่อนบ้านเดินทางมาอย่างเนืองแน่น อาทิ ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย พบว่าแรงงานต่างด้าวยังคงเดินทางมาขอจัดทำทะเบียนประวัติ และขอใบอนุญาตทำงานกันอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการให้กับผู้ที่มาขอใบอนุญาตตลอด 24 ชั่วโมง โดยสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เพื่อให้คำปรึกษาตลอดทั้งคืน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจังหวัดเชียงรายยังไม่พบปัญหาในการขอใบอนุญาตแต่อย่างใด สำหรับ จ.เชียงรายมีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติคือ ลาว พม่า กัมพูชา ที่มาขอใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์-30 มีนาคม 2561 จำนวนกว่า 13,884 รายแล้ว ขณะที่มีผู้มาแจ้งความจำนงขอขึ้นทะเบียนประมาณ 17,000 คน
          ส่วนที่ จ.สงขลา มีนายจ้างและสถานประกอบการยังคงทยอยนำแรงงานต่างด้าวมาลงทะเบียนทำประวัติตรวจสุขภาพและใบอนุญาตทำงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคิวแรกมายื่นเรื่องในเวลา 07.30 น. โดย จ.สงขลามีกลุ่มแรงงานต่างด้าวพม่า ลาว และกัมพูชา ที่อยู่ในข่ายต้องจัดทำทะเบียนประวัติและขออนุญาตทำงาน 18,000 คน และทางสำนักงานจัดหางาน จ.สงขลา คาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนกรณีที่ตกค้างยังสามารถมาลงทะเบียนไว้ได้ทั้งที่ศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จที่ จ.สงขลา สำนักงานจัดหางาน จ.สงขลา หรือลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนัดหมายให้มาดำเนินการอีกครั้งในภายหลัง
          สมุทรสาครมั่นใจลงทะเบียนครบ
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งเป็นศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (โอเอสเอส) จ.สมุทรสาคร มีนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวมาดำเนินการขึ้นทะเบียนวันสุดท้ายกันเป็นจำนวนมาก มีแรงงานมารอขึ้นทะเบียนเกือบ 2,000 คน แต่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวที่ได้มีการนัดหมายไว้แล้ว ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีระบบและมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยนายไพบูลย์ วังสนตระกูล จัดหางานจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ผลการดำเนินการจัดทำ ปรับปรุง ทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าว ณ ศูนย์โอเอสเอส โรงพยาบาลจังหวัดสมุทรสาครนั้น พบว่าล่าสุดจากการสรุปผลเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ในภาพรวมของแรงงานต่างด้าวที่จะต้องดำเนินการมีทั้งหมด 104,207 คน แบ่งเป็น กัมพูชา 6,234 คน ลาว 4,459 คน และพม่า 93,514 คน มีเป้าหมายในการดำเนินการต่อวัน เฉลี่ยวันละประมาณ 2,500 คน โดยสามารถดำเนินการต่อวันได้อยู่ที่ 1,794 คน ผลการดำเนินการสะสมที่ดำเนินการแล้วเสร็จรวม 64,303 คน คงเหลือ 39,904 คน ซึ่งในจำนวนกว่า 30,000 คนนั้น เป็นผู้ที่ยื่นขออนุญาตทำงานไว้กับที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสาครแล้ว และบางส่วนก็มีการลงทะเบียนออนไลน์ไว้ล่วงหน้า โดยทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อหมดเวลาการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 31 มีนาคม จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้อย่าง แน่นอน
          ยอดลงทะเบียนแรงงาน1.2ล้าน
          นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดทำทะเบียนประวัติและขออนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวกัมพูชา ลาว และพม่า ณ ศูนย์โอเอสเอส โดยศูนย์ได้เปิดตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์-31 มีนาคม 2561 จำนวน 80 ศูนย์ทั่วประเทศ คือ 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร 4 ศูนย์ ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว โดยยอดตัวเลข ณ เวลา 18.11 น. อยู่ที่ 1,261,994 คน คงเหลืออีกประมาณ 1 แสนกว่าคน จากยอดที่ต้องดำเนินการทั้งสิ้น 1,379,252 คน ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้มีการปรับแผนการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด คือลดขั้นตอน เพิ่มเวลา เพิ่มช่องทาง กล่าวคือ ลดขั้นตอนสำหรับกลุ่มที่พิสูจน์สัญชาติแล้วเหลือเพียงดำเนินการในขั้นตอนการตรวจลงตราวีซ่าของตรวจคนเข้าเมืองและขออนุญาตทำงานของกระทรวงแรงงาน ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พิสูจน์สัญชาติดำเนินการทุกขั้นตอนในศูนย์ เพิ่มเวลาคือเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเจ้าหน้าที่เป็น 2 ผลัด ในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางโดยการยื่นคำขอรายงานตัวทางอินเตอร์เน็ตผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางานที่ http://www.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2561 เวลา 08.30 น.ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 เวลา 24.00 น. ซึ่งเมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วระบบจะรายงานผลยืนยันการลงทะเบียน หลังจากวันที่ 31 มีนาคม จะส่ง SMS ไปยังนายจ้างตามหมายเลขโทรศัพท์ที่แจ้งไว้ในแบบลงทะเบียนทางออนไลน์ เพื่อนัดวันดำเนินการต่อ โดยขณะนี้มียอดการลงทะเบียนออนไลน์แล้วกว่า 160,000 คน
          "ขอย้ำว่าจะไม่มีการขยายเวลาแน่นอน หากไม่มาขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวจะไม่สามารถอยู่อาศัยและทำงานในประเทศไทยได้ ทั้งยังมีความผิดตามกฎหมาย ส่วนนายจ้างก็จะมีความผิดข้อหารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ต้องระวางโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน" นายจรินทร์กล่าว
          แจงปล่อยเที่ยวสงกรานต์
          ด้านนายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ชุลมุนที่ศูนย์โอเอสเอส ไอทีสแควร์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดจากขีดความสามารถของศูนย์ดังกล่าวอยู่ที่ 1.7 พันคิว แต่พบว่ามีแรงงานแห่กันไปรับบริการเกือบหมื่นคน ทำให้แจกบัตรคิวไม่ได้ ก็มีการแก้ไขโดยปรับเป็นการลงทะเบียนไว้ทั้งหมด ศูนย์ในจุดอื่นๆ นั้นไม่มีปัญหา และสถานการณ์ตอนนี้ก็พบว่าหันมาลงทะเบียนทางออนไลน์มากขึ้นเฉลี่ยนาทีละ 100-150 คน ส่วนข้อกังวลว่าจะสามารถเดินทางกลับไปฉลองสงกรานต์ที่ประเทศต้นทางได้หรือไม่นั้น เรียนว่าแรงงานที่ได้รับการอนุญาตเดินทางกลับประเทศต้นทางช่วงเทศสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 5-30 เมษายน 2561 ตามมติ ครม.นั้น 1.เป็นแรงงานต่างด้าวพร้อมผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงาน ที่อายุไม่เกิน 18 ปี โดยด้านหลังบัตรสีชมพูหมดอายุวันที่ 30 มิถุนายน 2561 แรงงานกลุ่มนี้ต้องถือบัตรสีชมพูควบคู่กับหนังสือรับรองที่กรมการจัดหางานออกให้เป็นหลักฐานในการเดินทาง 2.แรงงานที่ถือหนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือเอกสารรับรองบุคคลที่ได้รับการตรวจลงตราวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว รวมถึงผู้ติดตามที่เป็นบุตร อายุไม่เกิน 18 ปี ที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ 3.แรงงานต่างด้าวที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย ผ่านระบบเอ็มโอยู ซึ่งวีซ่ายังไม่หมดอายุ ทั้งนี้ มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมหน้าด่านให้ตามมติ ครม. ส่วนแรงงานที่วีซ่าหมดอายุแล้วอยู่ในช่วงของการดำเนินการนั้น คงอาจจะไม่สามารถออกไปได้ คงต้องรอกลับไปปีหน้า เป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะเปิดให้มาดำเนินการเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กลับไม่ยอมมา ดำเนินการ