วิพากษ์ขาใหญ่มือถือผ่อนจ่ายไลเซ่นส์"4จี"

ปานฉัตร สินสุข
          กรุงเทพธุรกิจ
          ตามกำหนด วันนี้ (27 มี.ค.) จะเป็นวันที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาลงมติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หนังสือจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์หลังจากที่ผู้ชนะการประมูล ทั้ง 2 บริษัท คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) และ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ได้ขอให้พิจารณาขยายระยะเวลา การจ่ายออกไป
          โดยทั้ง 2 บริษัท ได้ทยอยจ่ายค่าประมูลมาแล้ว 2 งวด คือ งวดแรก จำนวน 8,040 ล้านบาท งวดที่สอง จำนวน 4,020 ล้านบาท ส่วนงวด ที่สาม จำนวน 4,020 ล้านบาท จะครบกำหนดชำระในปี 2561 ซึ่งบริษัทดังกล่าวขอให้ขยายระยะเวลาการชำระงวดสุดท้าย ออกไปเป็น 5 งวด รวมทั้งหมดเป็น 8 งวดคิดเป็นงวดละ 13,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
          ทั้งนี้ ทียูซีชนะการประมูลที่ราคา 76,298 ล้านบาท ต้องจ่ายงวดสุดท้ายจำนวน 60,218 ล้านบาท ขณะที่ เอดับบลิวเอ็น ชนะประมูล ในราคา 75,654 ล้านบาท ต้องจ่าย 59,574 ล้านบาท
          "ทีดีอาร์ไอ"แนะคสช.อย่าอุ้มเอกชน
          นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แสดงความคิดเห็นกรณี คสช. กับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ 4จีว่า กรณีการประมูลคลื่น 4จีมีความแตกต่างจากการประมูลคลื่นทีวีดิจิทัลมาก เพราะไม่ปรากฏชัดเจนว่า หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะ กสทช. ทำอะไรบกพร่อง นอกจากปล่อยให้แจส โมบาย ซึ่งชนะการประมูลแล้วทิ้งใบอนุญาตได้ง่ายๆ
          นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมนี้ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงจนส่งผลต่อผู้ประกอบการมากเท่ากับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ เพราะแม้จะเสียรายได้จากบริการบางอย่างไป เช่น บริการเสียง แต่ก็มีรายได้จากการให้บริการข้อมูลมากขึ้นผู้ประกอบการโทรคมนาคมส่วนใหญ่จึงยังมีกำไร แม้จะลดลงกว่าเดิมไปบ้าง
          การที่ คสช. จะยินยอมให้เอไอเอส และทรู เปลี่ยนการจ่ายค่าประมูลงวดสุดท้ายรวดเดียวกลายเป็นการทยอยจ่ายใน 5 ปี จึงเป็นการยกประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ ทั้งสอง โดยแม้จะให้มีการจ่ายดอกเบี้ย แต่ดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายกันนั้นก็ต่ำมากคือ 1.5% ต่อปี ทั้งที่ตามเงื่อนไขการประมูล การจ่ายค่าประมูลล่าช้านั้น ต้องคิดดอกเบี้ยถึง 15% ต่อปี ส่วนต่างดอกเบี้ยนี้เองที่เป็นผลประโยชน์มากมายมหาศาล
          เมื่อคิดมูลค่าผลประโยชน์ที่ คสช. จะยกให้ เอไอเอส และทรูนั้น จากส่วนต่างดอกเบี้ยดังกล่าว จะพบว่า สูงถึงรายละเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท หรือรวมกันเกือบ 3 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว จะมากหรือน้อยกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยที่ใช้คิดลด (discount rate) ทั้งนี้ หากเชื่อว่า ผู้ประกอบการทั้งสองสามารถระดมทุนมาจ่ายค่าประมูล จากทั้งการกู้และการเพิ่มทุน โดยมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย ที่ประมาณ 9% ต่อปี ตามที่นักวิเคราะห์ หลักทรัพย์ใช้กับบริษัทเหล่านี้ ผลประโยชน์ที่คสช. จะยกให้ผู้ประกอบการทั้งสองก็ยังจะสูงถึงระดับ 1.6 หมื่นล้านบาท
          "ประวิทย์"ชี้ม.44แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
          ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ กล่าวว่า การขอขยายงวดค่าใบอนุญาตออกไป อาจกระทบต่อภาพลักษณ์การจัดประมูลคลื่นความถี่ของไทยในสายตาโลกว่า ไม่เพียงแต่จะกำหนดราคาคลื่นสูงมากแล้ว ยังขาดความแน่นอนเกี่ยวกับเงื่อนไขการประมูล โดยสามารถแก้กติกาหลังการประมูลให้ เอื้อประโยชน์อย่างไรก็ได้ การขยายงวดการจ่ายค่าคลื่นความถี่โดยคิดดอกเบี้ยถูก มีผลไม่ต่างจากการที่รัฐให้เอกชนกู้เงินด้วยดอกเบี้ยต่ำ ยิ่งจะมีการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ ก็เท่ากับว่ารัฐอุดหนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่เอกชนบางรายที่มีสิทธิเข้าร่วมประมูล อาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการประมูลรอบใหม่ หากเอกชนรายอื่นจะต้องพึ่งพาแหล่งทุนที่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูงกว่า แม้จะพยายามอธิบายว่า การประมูลรอบใหม่ทุกรายจะได้งวดการจ่ายเงินยาวขึ้นเหมือนๆ กัน แต่การใช้ ม.44 ที่จะมีขึ้นนี้ เป็นการอุดหนุนเฉพาะผู้ชนะการประมูลรอบเก่าเท่านั้น ซึ่งล้วนแต่สมัครใจเคาะราคาด้วยตนเอง และเป็นไปได้ว่า ในอนาคต ผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยอาจจะลดเหลือเพียงเฉพาะ 2 รายที่ได้รับการอุดหนุนนี้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมในตลาดโทรคมนาคม โดยเฉพาะกับบริการ 5จีที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมหลักอื่นๆ
          การจะออกคำสั่ง ม.44 เพื่อขยายงวดการจ่ายค่าคลื่น จึงต้องทำในกรณีจำเป็นยิ่งยวดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการอื่นเท่านั้น และควรมีการตรวจสอบสถานะของการประกอบการว่าเกิดปัญหาจนไม่สามารถแก้ไขทางอื่นได้แล้วจริงๆหรือไม่
          ที่สุดแล้ว การมุ่งขยายงวดการจ่ายเงินเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากไม่แก้สาเหตุที่เกิดจากการกำหนดราคาคลื่นความถี่ที่สูงเกินสมควร ต่อให้ใช้ ม.44 ในครั้งนี้ ก็ยังจะเกิดปัญหาในการประมูลครั้งต่อๆ ไปอยู่ดี โดยเฉพาะการประมูล 5จีที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
          "นักวิชาการ"หวั่นไม่ช่วยค่ายมือถือล้ม
          ขณะที่นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ตามที่คสช. ประกาศใช้ ม.44 เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ให้สามารถยืดอายุการชำระหนี้ใบอนุญาตค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ออกไป ตนเห็นด้วยอย่างมาก และไม่มองว่าเป็นการอุ้มเอกชนจนเกินไป แต่เป็นไปตามมาตรการช่วยเหลือที่พึงมีตามสมควร เพราะรัฐบาล ไม่ได้เสียประโยชน์อะไร เงินก็ได้ครบแต่อาจจะไม่ใช่ก้อนใหญ่ทีเดียว แต่เอกชนก็มี ดอกเบี้ยต้องจ่ายให้ด้วย
          เขาระบุอีกว่า หากรัฐบาลปล่อยไป ไม่ยอม ผ่อนผันอาจจะเกิดทำให้อุตสาหกรรมล้มเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ ทีวีดิจิทัลบางช่อง ซึ่งสุดท้ายแล้วรัฐบาลก็จะไม่ได้อะไรเลยถ้าหากเอกชนขอคืนใบอนุญาต ทุกอย่างจะไม่เกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวภาพรวม ของเศรษฐกิจในประเทศ
          ไม่ปรากฏชัดว่ารัฐทำอะไรบกพร่อง  นอกจากปล่อยให้แจส โมบาย      ทิ้งใบอนุญาตได้ง่ายๆ
          สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
          การขยายงวด  อาจกระทบต่อภาพลักษณ์การจัดประมูลคลื่นความถี่ ของไทยในสายตาโลก
          ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา
          หากรัฐปล่อยไป  อาจทำให้อุตสาหกรรมล้มเหมือนอย่าง ทีวีดิจิทัลบางช่อง
          สืบศักดิ์ สืบภักดี