"เอ็มเค-เอสซีบีฯ-ไทยซัมมิท"ลงทุนรับเศรษฐกิจใหม่ เอกชนทุ่มงบสู้"ภัยดิจิทัล"

'สมคิด'สั่งก.วิทย์ฯหนุนแพลตฟอร์มสตาร์ทอัพ
          กรุงเทพธุรกิจ องค์กรธุรกิจรายใหญ่ปรับตัว รับมือดิจิทัลดิสรัปชั่น ลงทุนนวัตกรรมควบคู่ซื้อเทคโนโลยีสตาร์ทอัพ "สุกี้เอ็มเค" ร่วมทุน วิจัยค้นคว้าอาหารกลุ่มฟังก์ชั่นนอล-เปิดตัวแอพฯ "เอสซีบี อบาคัส" บุกลงทุนพัฒนา เอไอ-ไอโอทีปีละ 4-5 พันล้าน ขณะที่ไทยซัมมิท มุ่งยานยนต์ไฟฟ้า "สมคิด" สั่งกระทรวงวิทย์ วางระบบหนุนสตาร์ทอัพ
          สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) จัดงาน CEO Innovation Forum 2018 "Transforming Thailand Towards Science & Technology Frontier" เพื่อรับมือกับกระแสดิจิทัลดิสรัปชั่น (digital disruption) ที่เป็นแรงเหวี่ยงให้องค์กรธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และรูปแบบการทำงานใหม่ ในขณะที่ประเทศจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อแข่งขันกับเวทีโลกได้
          นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของซีอีโอทั่วโลก ทุกคนเข้าใจถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ดิสรัปท์ธุรกิจเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ซีอีโอต้องทำ คือ ทำดิจิทัลแพลตฟอร์มให้ธุรกิจก้าวต่อไปในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างไร
          "ยกตัวอย่าง ธุรกิจธนาคารไทยเปิดบริการ หนังสือค้ำประกันบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ครั้งแรก ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบความปลอดภัย มาตรฐานเดียวกัน ทำธุรกิจง่ายและรวดเร็วขึ้น"
          ส่วนอีกแพลตฟอร์มคือ การนำไอโอที ไปต่อเชื่อมกับภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวไปสู่ 4.0 อาจเป็นรูปแบบการซื้อเทคโนโลยีหรือ ร่วมทุนกลุ่มเทคสตาร์ทอัพเพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคต รวมถึงการนำบิ๊กดาต้ามาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการตรงจุด
          "สุกี้เอ็มเค"ร่วมทุนทำวิจัย
          นายฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเคเรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า 3-4 ปีที่ผ่านมาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อคนและต่อโลก โดยเฉพาะในเรื่องของดิจิทัลที่เคยคิดว่าไม่เกี่ยวกับธุรกิจอาหาร ทำให้ต้องเริ่มศึกษาและเตรียมความพร้อม เอ็มเคกรุ๊ปไม่ใช่แค่ธุรกิจอาหาร แต่เป็นธุรกิจที่ทำให้ผู้บริโภคสุขภาพดี เราโชคดีที่รัฐบาลสนับสนุนให้เกิดโครงการฟู้ดอินโนโพลิสที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหาร จึงเข้าร่วมโครงการและเป็นหนึ่งในบริษัทที่รับทุนสเปียร์เฮด จับคู่ภาคเอกชนและภาคการศึกษาทำงานวิจัยอาหารกลุ่มฟังก์ชันนอลด้วยทุนวิจัย 100 ล้านบาท โดยรัฐสนับสนุนมากถึง 80%
          "การเชื่อมธุรกิจกับเทคโนโลยีดิจิทัลนั้น มีโจทย์หลักคือ ต้องหาให้พบว่า ปัญหาของลูกค้าคืออะไร มีความต้องการอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น การจองโต๊ะ แลกแต้มส่วนลด จ่ายเงินผ่านมือถือ โดยจับมือกับพันธมิตรมาทำงานร่วมกันในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น 7 แบบที่จะเปิดตัวในปีนี้" นายฤทธิ์ กล่าว
          เอสซีบีฯ ลงทุนปีละ5พันล้าน
          นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด กล่าวว่า เวลานี้ถือว่าเป็นจังหวะในการ พลิกโฉมด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพราะระยะเวลา 10 ปีที่ผานมา องค์กรใหญ่ๆ ทั้งรัฐและเอกชนต่างสะสมข้อมูลมากเพียงพอ เทคโนโลยีและศักยภาพในการเก็บข้อมูลรวมถึงนโยบายต่างๆ ก็เอื้อ
          อุตสาหกรรมการเงินการธนาคารนั้น มีการพลิกโฉมให้เห็นจากประเทศอื่นที่ตื่นตัวมานานแล้ว ซึ่งเอสซีบีเองในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก็ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาปีละ 4-5 พัน ล้านบาท เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะตอบโจทย์ ธุรกิจที่มีอยู่ ในขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
          เช่นเดียวกับไลน์ประเทศไทย ที่มาถูกที่ถูกเวลากับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ของไทย แต่ยังมองหารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบเทรนด์ดิจิทัล โดยนายอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการไลน์คอร์ปอเรชั่นประเทศไทย เปิดเผยว่ามี 2 ด้านที่บริษัทจะลงทุนคือ เรื่องเทคโนโลยี โดยใช้ทางลัดผ่านกองทุนที่จัดตั้งขึ้นด้วยงบประมาณ 1 ล้านบาทในการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทย เพื่อดึงเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่
          พร้อมลงทุนในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ เช่น ในกรณีของ ไลน์ทีวี ที่จับมือกับช่องทีวีหรือรายการต่างๆ โดยมองว่า คอนเทนต์เป็น อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากของไทย แต่หลายปีที่ผ่านมาจะเห็นว่ารายได้ของช่องต่างๆ  ลดลง เพราะพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไป
          ไทยซัมมิทมุ่งยานยนต์ไฟฟ้า
          ด้านนางสาวชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโต พาร์ทอินดัสตรี จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้มุ่งไปที่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์ไร้คนขับ ( AV) แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ไทยซัมมิทต้องดิสรัปท์ตัวเองก่อนในแง่ของกระบวนการผลิต จึงเกิดเป็น "สมาร์ท แฟคทอรี" ที่เกิดจากการผสมผสานเทคโนโลยีข้อมูล (Information Technology : IT) กับเทคโนโลยี การทำงาน (Operation Technology : OT)
          โดยจะลงทุนทุกระดับ ตั้งแต่การลงทุนขนาดใหญ่ในการสร้าง 2 ศูนย์วิจัยและพัฒนา ในเรื่องของเหล็กและพลาสติก ที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ได้มาตรฐานสากล ส่วนขนาดกลางเป็นเรื่องของการคิดค้นระบบการผลิตของบริษัทที่ชื่อว่า Thai Summit Production System และการลงทุนขนาดเล็กคือ การลงไปถึงพนักงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ตอบโจทย์การทำงานเฉพาะด้าน
          หวังรัฐเข้าใจเทคโนโลยีใหม่
          เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะไปยังภาครัฐ ภาคเอกชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเรื่อง กฎระเบียบที่จะควบคุมดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ โดย ผู้บริหารเอสซีบี อบาคัส กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์และแมทชีนเลิร์นนิ่ง นับเป็นอุตสาหกรรมใหม่ จึงต้องการให้เกิดนโยบายที่เรียกว่า Open Data Policy
          "ปัจจุบัน ข้อมูลที่เกี่ยวกับประชาชน เป็นของรัฐ ในขณะที่ข้อมูลของประชาชนที่ทำธุรกรรมกับภาคธุรกิจเป็นของเอกชน การที่จะมีบุคคลที่ 3 ซึ่งจะขอใช้ข้อมูลเหล่านี้ ทำได้ยาก อยากให้ข้อมูลเป็นของประชาชน มีสิทธิ์ที่จะให้บุคคลที่ 3 ที่อาจเป็นสตาร์ทอัพหรือหน่วยงานที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเข้าถึงได้" นางสุทธาภา กล่าว
          ในขณะเดียวกันก็ต้องการให้กฎหมายเอื้อให้เกิดการแข่งขันข้ามแพลตฟอร์ม ในขณะที่เทคโนโลยีปัจจุบัน เอื้อให้เกิดแพลตฟอร์มการเงินรูปแบบใหม่ และยังไม่มี กฎระเบียบครอบคลุมชัดเจนว่า จะใช้การควบคุมเช่นเดียวกับธุรกิจการเงินการธนาคาร หรือไม่ ทำให้มีผลต่อการแข่งขัน
          เทคโนฯช่วยลดต้นทุนไทยเบฟฯ
          อย่างไรก็ดีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า ในฐานะ เป็นบริษัทเครื่องดื่มครบวงจร นำเทคโนโลยี นวัตกรรม เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการธุรกิจตามวิชั่น 2020 ที่ต้องการเป็นองค์กรที่เน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการแบ่งปัน  ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในทุกช่วงอายุของผู้บริโภค การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน ทำให้สามารถแข่งขันในระดับภูมิภาพและระดับโลกได้ พร้อมกันนั้นมีการทำงานร่วมกับคู่ค้าที่เป็นซัพพลายเออร์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากยิ่งขึ้น โดยนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในระบบซัพพลายเชนต่างๆ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังทอดทิ้งไม่ได้คือ "คน"
          "ผมยังเชื่อว่าในบางกิจกรรมนั้น ปัญญา ประดิษฐ์หรือเอไอไม่สำคัญเท่ากับคน จึงต้อง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในองค์กร โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เนื่องจากคนเป็น หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ไม่ใช่หุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยี แต่หุ่นยนต์และเทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือในการทำให้ธุรกิจทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น" นายฐาปน กล่าว
          สมคิดสั่งก.วิทย์หนุนสตาร์ทอัพ
          นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความสำคัญมากในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต จึงต้องเป็นผู้นำในการเตรียมการและความพร้อมในการทำเรื่องใหม่ๆ โดยเฉพาะสนับสนุนให้เกิดแพลตฟอร์มและระบบนิเวศเศรษฐกิจ (Ecosystem) เพื่อสร้างสตาร์ทอัพอัพ ซึ่งเริ่มจากการเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางจำนวนมากทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มเดียวกันก่อให้เกิดรายได้และการจ้างงานมหาศาล
          "การสร้างอีอีซีไอขึ้นในอีอีซี เพื่อส่งเสริม ให้เกิดนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเอสเคิร์ฟ หรือเมืองนวัตกรรมอาหาร ซึ่งต้องขยายพื้นที่เพิ่มเติมออกไปเข้าสู่อีอีซี เพื่อทำวิจัยและนวัตกรรมไฮ-เอนด์ ทำให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดบริษัทอาหารชั้นนำเข้ามาทำนวัตกรรมในประเทศไทย และทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพ ของไทย"
          "เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุน สามารถแข่งขันระดับภูมิภาค-โลก"
          ฐาปน สิริวัฒนภักดี
          "ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาลงทุนด้านวิจัย-พัฒนา ปีละ 4-5 พันล้าน"
          สุทธาภา อมรวิวัฒน์
          "โชคดีที่รัฐสนับสนุนให้เกิดฟู้ดอินโนโพลิสเทรนด์อาหารใหม่"
          ฤทธิ์ ธีระโกเมน