เปิดวิสัยทัศน์ "ว่าที่ กสทช."สนช.โหวตเลือก 7 บอร์ดใหม่

 งวดขึ้นทุกขณะกับการสรรหา "กสทช." คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ล่าสุด สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ 14 รายชื่อผู้เข้ารอบ ก่อน สนช. จะลงคะแนนเลือก 7 กสทช. วันที่ 19 เม.ย. 2561
          "ประชาชาติธุรกิจ" พาเปิดวิสัยทัศน์ 14 ว่าที่ กสทช. ที่แสดงต่อคณะกรรมการสรรหา มีสาระสำคัญดังนี้
          ด้านกิจการกระจายเสียง
          "พันเอก กฤษฎา เทอดพงษ์" ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการไซเบอร์ กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม กล่าวว่า 2 ปัญหาสำคัญ คือ 1.การรบกวนคลื่น เนื่องจากมีสถานีวิทยุมากไป ต้องลดจำนวนด้วยความสมัครใจ อาทิ การตรวจสอบมาตรฐานการออกอากาศและการเปลี่ยนสู่วิทยุดิจิทัล 2.เนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย จึงควรพัฒนาบุคลากรให้ผลิตรายการที่สร้างสรรค์ ทั้งต้องมีนโยบายส่งเสริมให้ประกอบกิจการในสื่ออินเทอร์เน็ต โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและรู้เท่าทันสื่อด้วย
          "ธนกร ศรีสุขใส" ผู้ปฏิบัติงานประจำ กสทช. (พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ) กล่าวว่า ระบบการออกใบอนุญาตยังไม่ชัดเจน มีสถานีวิทยุจำนวนมาก ปัญหาการกำกับดูแลเนื้อหา คลื่นรบกวนกัน การพัฒนาคุณภาพรายการ ดังนั้นถ้าได้รับโอกาส สิ่งที่จะทำคือ ประเมินวิทยุทดลองประกอบกิจการแบบเข้มข้นเพื่อพิจารณาออกใบอนุญาต ศึกษาวิทยุดิจิทัลให้รอบด้าน ดึงประชาสังคมร่วมกำกับเนื้อหารายการ ส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานวิชาชีพ ประมวลจริยธรรม
          ด้านกิจการโทรทัศน์
          "วสันต์ ภัยหลีกลี้" ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า จะสานต่อเสรีภาพสื่อบนความรับผิดชอบ เดินหน้าตามแผนเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิทัล เร่งจัดสรรคลื่นบริการสาธารณะและชุมชน เน้นการกำกับดูแลร่วม และกำกับในเชิงเนื้อหา สร้างความเข้มแข็งให้ผู้บริโภคส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ
          "พลเอก มังกร โกสินทรเสนีย์"อดีตเจ้ากรมทหารสื่อสาร กล่าวว่า ปัญหา คือการเรียกคืนคลื่นวิทยุหน่วยงานรัฐเพื่อบริหารจัดการใหม่ คุณภาพรายการสร้างความขัดแย้ง โฆษณาเกินจริง ต้องใช้ควบคุมมีบทลงโทษ ถ้าได้เป็นกรรมการจะกำหนดแผนแม่บทมุ่งพัฒนาคุณภาพรายการ ส่งเสริมการแข่งขันและใช้คลื่นให้มีประสิทธิภาพ
          ด้านกิจการโทรคมนาคม
          "อธิคม ฤกษบุตร" รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า กฎเกณฑ์การกำกับดูแลเดิมอาจล้าสมัย หรือสร้างความไม่เท่าเทียม เช่น ทีวีดิจิทัลมีการกำกับที่ชัดเจน แต่การแพร่ภาพผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมยังไม่มีเกณฑ์โดยตรง กสทช. จึงควรบูรณาการกิจการทุกด้านด้วยกัน ทั้งต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค ควรเป็นแหล่งความรู้และสนับสนุนให้ทำวิจัยถึงผลกระทบที่เกิดกับเทคโนโลยี เชื่อว่าถ้า กสทช.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มต่าง ๆ ใช้ในประเทศ จะทำให้ข้อมูลไม่รั่วไหล ช่วยสร้างเสถียรภาพด้านความมั่นคงต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน เป้าหมายของ กสทช. ต้องสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และดัชนีชี้วัดที่เป็นสากล
          "กิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ" อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) กล่าวว่า การกำกับดูแลกับการพัฒนาของอุตสาหกรรมเริ่มไม่สอดคล้องกัน กลายเป็นอุปสรรคและต้นทุน ต้องเริ่มพัฒนาและใส่ความยืดหยุ่นในการกำกับดูแล และอยู่บน พื้นฐานที่มุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานและการใช้งาน สร้างตลาดเสรีแข่งขันที่สมบูรณ์ ปรับเปลี่ยนระเบียบข้อกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับโลก
          ด้านวิศวกรรม
          "พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ" รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ปัญหาคือ นับวันคลื่นยิ่งขาดแคลน ต้องเปลี่ยนวิธีการ บริหารจัดการเป็น convergent หลอมรวม ตามหลักสากล 2.กิจการดาวเทียมขาดเอกภาพ ต้องเปลี่ยนจากสัมปทานมาสู่ระบบใบอนุญาตที่แข่งขันโดยเสรีและเป็นธรรม ต้องออกหลักเกณฑ์การประมูลวงโคจรดาวเทียม ให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรม รัฐไม่เสียประโยชน์ กิจการไม่ชะงักงัน 3.ภัยคุกคามทางไซเบอร์ กำกับให้ผู้ประกอบการมีมาตรฐาน คุ้มครองให้ใช้งานอย่างปลอดภัย
          "พันเอก อนุรัตน์ อินกัน" อดีตรองหัวหน้าสำนักปฏิบัติการข่าว กรมข่าวทหารบก กล่าวว่า จะจัดให้วิเคราะห์ผลกระทบทั้งก่อนและหลังในการออกนโยบาย กฎระเบียบต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ปรับปรุงตารางคลื่นความถี่ให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างธุรกิจและการรับรู้ข่าวสารของประชาชน จัดสรรคลื่นที่ได้รับคืนจากการหมดสัมปทาน ให้มีวิทยุดิจิทัลเพื่อประกันสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ฟรี เตรียมรับมือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ส่งเสริมให้เกิดการกระจายโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อสารให้ทั่วถึงและเท่าเทียม พัฒนาองค์ความรู้
          ด้านกฎหมาย
          "มนูภาน ยศธแสนย์" อธิบดี ผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 6 กล่าวว่า กสทช.ต้องคำนึงว่า รัฐต้องได้ประโยชน์สูงสุดจากการนำทรัพยากรของรัฐไปใช้ และใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประชาชนมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะเข้าถึงและได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานในราคาที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการต้องได้รับการส่งเสริมให้เข้มแข็งยั่งยืน ป้องกันการผูกขาด แข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรม งานด่วนคือจัดทำแผนแม่บท ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่ไม่ทันสมัยรีบจัดประมูลคลื่นสัมปทานที่หมดอายุ
          "ก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร" รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ความท้าทายคือ การกำกับบริการใหม่ OTT (over the top) ที่กระทบอย่างมากต่อผู้บริโภค ผู้รับใบอนุญาตเดิมและประโยชน์สาธารณะ รักษาสมดุลที่เหมาะสมของผู้ใช้บริการและประโยชน์สาธารณะ IOT อินเทอร์เน็ตออฟทิงส์ ที่จำเป็นต้องทำโครงสร้างการกำกับดูแล big data ต้องมีกระบวนการรักษาความลับส่วนบุคคลกับการนำไปใช้ประโยชน์สาธารณะ
          ด้านเศรษฐศาสตร์
          "ผศ.ภักดี มะนะเวศ" รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ยังมีโอกาสที่จะจัดสรรคลื่นให้เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจ อาทิ ช่องทีวีดิจิทัลอีก 14 ช่อง ที่ยังไม่ได้จัดสรร กสทช. กำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย ให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยน กำกับเนื้อหาให้เหมาะสมไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
          "ณรงค์ เขียดเดช" อดีตผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาคือโครงข่ายยังขาดความสมบูรณ์ การแข่งขันที่จะนำไปสู่การผูกขาดในอนาคตหรือไม่ และเป็นการแข่งขันที่ไม่มีความรับผิดชอบ คอนเทนต์สาระมีน้อย การกำหนดราคาที่เหมาะสม เนื่องจากมีภัยคุกคามเข้ามา การกำหนดกติกาให้ชัดเจน การสนับสนุนนโยบายของภาครัฐที่จะให้โอกาสธุรกิจเติบโต
          ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
          "รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี" ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญ คือ digital literacy พัฒนามิติรู้เท่าทันสื่อ digital advocacy ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้เข้าถึงได้ทั้งการศึกษา สาธารณสุข ความมั่นคงทางสังคม research and innovation ขับเคลื่อนผ่านงานวิจัย good governance พัฒนาระบบจริยธรรมของสื่อมาตรฐานวิชาชีพ สร้างระบบนิเวศสื่อที่ดี มีคุณภาพ
          "วรรณชัย สุวรรณกาญจน์" นายกสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคภาคใต้ กล่าวว่า จะทำงานเชิงรุก เพราะถ้าตามหลังเทคโนโลยีจะไม่มีทางช่วยผู้บริโภคได้ทัน ที่ต้องทำคือสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทันเลือกบริโภคได้ สร้างการมีส่วนร่วม การวิจัยในประเด็นที่ค้างคาใจ อาทิ ผลกระทบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับมะเร็ง