ลาร์ส"ซีอีโอDTAC เปิดใจฝากคนใหม่ ลุยสานต่อ3ภารกิจ

“ลาร์ส นอร์ลิ่ง” ซีอีโอ DTAC เปิดใจหลังประกาศลาออกมีผลวันที่ 1 ก.ย. 2561 ยันไม่มีผลกระทบต่อบริษัท มีแผนและทีมงานบริการต่อเนื่อง พร้อมฝากซีอีโอคนใหม่สานต่อ 3 ภารกิจ
          นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า การลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2561 เป็นต้นไป ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ DTAC และเทเลนอร์ กรุ๊ป เพราะทำงานกับเทเลนอร์ กรุ๊ป มานานถึง 20 ปี ซึ่งครั้งนี้มีโอกาสการงานใหม่เข้ามาและน่าสนใจ จึงตัดสินใจไปเริ่มงานใหม่ที่บริษัท Kinnevik ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศสวีเดน หลังจากครอบครัวและตนเองได้มาใช้ชีวิตทำงานในเอเชียราว 4 ปี โดยมองว่าการลาออกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ DTAC เนื่องจากบริษัทมีแผน และมีทีมที่ดูแลการทำงาน
          ส่วนการลาออกในระหว่างที่คลื่นความถี่ 850 MHz และ 1800 MHz จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับบริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) หรือ CAT ในวันที่ 16 ก.ย. 2561 มองว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เนื่องจากบริษัทมีการเตรียมแผน และมีทีมทำงานอยู่แล้ว ซึ่งจะบริหารได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสัญญาพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT บนคลื่นความถี่ 2300 MHz คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ในเร็วๆ นี้
          สำหรับภารกิจที่ต้องการให้ CEO คนใหม่ สานต่อมี 3 เรื่อง คือ 1.หลังจากที่ DTAC ได้เซ็นสัญญาพันธมิตรทางธุรกิจกับ TOT บนคลื่นความถี่ 2300 MHz แล้ว CEO คนใหม่ ต้องพยายามส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ด้วยการเพิ่มจำนวนเสา หรือทำแผนธุรกิจให้สอดรับกับคลื่น 2300 MHz 2.เรื่องการดิจิไทซ์ (Digitize) ซึ่ง DTAC เพิ่งจะเริ่มต้นในการทำตลาดในรูปแบบใหม่ ช่องทางการขายใหม่ๆ โดยใช้ออนไลน์ ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับการดิจิไทซ์มากขึ้น และ 3.เรื่องจุดยืนทางการตลาดของ DTAC ที่เน้นความคุ้มค่าที่ลูกค้าจะได้รับ ซึ่ง CEO คนใหม่ ต้องสานต่อจุดยืน และนำเสนอสินค้าที่แปลกใหม่ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า DTAC แตกต่างจากคู่แข่ง
          “สิ่งที่ได้รับจากตลาดเอเชีย และไทย คือ ต้องเรียนรู้ทุกวัน และมีหลายปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งต้องมีความพยายาม ความอดทน และมุ่งมั่นในการทำงาน ที่สำคัญต้องมีทิศทางที่ชัดเจน และมุ่งไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ แม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรค และการทำงานในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นต้องบริหารจัดการให้ดี นอกจากนี้ลูกค้าในประเทศไทยมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้น CEO คนใหม่ต้องทำความเข้าใจกับสภาพตลาดที่แตกต่างกันไปด้วย” นาย ลาร์ส กล่าว
          นายลาร์ส กล่าวว่า การเมืองมีความสำคัญในการทำธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง DTAC อยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่ให้โครงสร้างพื้นฐานแก่ประเทศเพื่อมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดย DTAC ถือเป็น 1 ในยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ดังนั้นการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจมีความสำคัญมาก เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีบทบาทในการมุ่งไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 เพราะฉะนั้นกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ จะต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 แต่ปัจจุบันกฎระเบียบต่างๆ ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจแบบดิจิไทซ์ของประเทศไทยยังมีความล้าหลัง