อังกฤษ-USเรียก"ซัคเคอร์เบิร์ก"สอบ ข้อมูลเฟซบุ๊กถูกดูดช่วยทรัมป์หาเสียง

เอพี - งานเข้า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก หลังคณะกรรมการสอบสวนในสภาอังกฤษส่งหมายเรียกตัวเจ้าพ่อเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีซีอีโอ เคมบริดจ์ อนาลิติกา บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติอังกฤษ อวดอ้างว่า ช่วยให้โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าสู่ทำเนียบขาว ด้วยข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊ก 50 ล้าน บัญชี
          คณะกรรมการบริหารของเคมบริดจ์ อนาลิติกา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านทำการสืบค้นวิเคราะห์ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนมากๆ  หรือที่เรียกว่า "การ ทำเหมืองข้อมูล" (data mining) สั่งพักงาน อเล็กซานเดอร์ นิกซ์ ซีอีโอที่กำลังถูกสอบสวน หลังจากเขาอวดอ้างกับ ผู้สื่อข่าวของแชนเนล 4 นิวส์ของอังกฤษ ที่ปลอมตัวเป็นลูกค้าว่า บริษัทของตน มีบทบาทสำคัญที่ทำให้ทรัมป์ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อสองปีที่แล้ว
          คำแถลงของเคมบริดจ์ อนาลิติกาที่ออกมาเมื่อวันอังคาร (20 มี.ค.) ย้ำว่า ความคิดเห็นของนิกซ์ไม่เกี่ยวข้องกับ ค่านิยมหรือการดำเนินงานของบริษัท นอกจากนั้นคำสั่งพักงานยังสะท้อนว่า บริษัทมองว่า พฤติกรรมของซีอีโอผู้นี้ เป็นปัญหาร้ายแรง
          เคมบริดจ์ อนาลิติกายังปฏิเสธว่า ไม่ได้กระทำผิดใดๆ ขณะที่ทีมหาเสียงของผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้ข้อมูลของบริษัทแห่งนี้
          ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊กยังคงถูกวิจารณ์ที่ปล่อยให้ผู้ใช้สื่อสังคมยอดนิยมแห่งนี้ ถูกล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยในวันอังคาร(20) เดเมียน คอลลินส์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านสื่อของรัฐสภาอังกฤษ เผยว่า ได้ส่งหมาย เรียกซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊กไปให้ปากคำ
          ทางฝั่งอเมริกา ผู้นำพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐฯ เรียกร้องให้ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กไปให้การเช่นเดียวกัน โดย ไดแอนน์ ไฟน์สไตน์ สมาชิกคณะกรรมาธิการการยุติธรรมวุฒิสภา วิจารณ์ว่า เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวครั้งล่าสุดของเฟซบุ๊ก เป็น "สัญญาณอันตราย" และต้องการให้ซัคเคอร์เบิร์กรับประกันว่า เฟซบุ๊กเตรียมพร้อมเป็นผู้นำในการดำเนินการมาตรการความปลอดภัยเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของประชาชน ไม่เช่นนั้น รัฐสภาอาจต้องยื่นมือเข้าแทรกแซง
          ทางด้านเฟซบุ๊กบ่ายเบี่ยงที่จะตอบว่า ซัคเคอร์เบิร์กจะไปให้การหรือไม่ แต่กล่าวว่า บริษัทกำลังเปิดการตรวจสอบภายใน
          ทว่า เอลิซาเบธ เดนแฮม กรรมาธิการข้อมูลอังกฤษ ประกาศจะใช้อำนาจตามกฎหมายทั้งหมดที่มีเพื่อสอบสวน เฟซบุ๊กและเคมบริดจ์ อนาลิติกา รวมทั้งขอให้เฟซบุ๊กระงับการตรวจสอบการ ใช้ข้อมูลของเคมบริดจ์ อนาลิติกา และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการ
          สำหรับเคมบริดจ์ อนาลิติกานั้นแถลงว่า จะให้ความร่วมมือกับทางการอังกฤษอย่างเต็มที่ กระนั้น สำนักงานของเดนแฮมเผยว่า บริษัทแห่งนี้ไม่ได้ จัดส่งข้อมูลที่ร้องขอไปตามเส้นตายที่กำหนด
          เดนแฮมเสริมว่า ข้อกล่าวหาหลักต่อเคมบริดจ์ อนาลิติกาคือ การได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนั้น กฎหมายด้านข้อมูลยังกำหนดให้ผู้ให้บริการ เช่น เฟซบุ๊ก ต้องมีมาตรการเคร่งครัดเพื่อป้องกันการ นำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
          คริส ไวลีย์ ที่เคยทำงานให้ เคมบริดจ์ อนาลิติกาและตกลงไปให้ข้อมูลกับสมาชิกพรรคเดโมแครตใน คณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาล่างนั้น เผยว่า บริษัทแห่งนี้นำข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊ก ไปสร้างโปรไฟล์ทางจิตวิทยาเพื่อเล็งกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ด้วยโฆษณาและเรื่องราวต่างๆ
          วันอังคาร ไวลีย์กล่าวกับผู้ฟังในฟรอนต์ไลน์ คลับ ซึ่งเป็นสมาคมสื่อ ในลอนดอนว่า ก่อนที่เรื่องนี้จะแดง ขึ้นมา เฟซบุ๊กตกลงกับตนว่า จะร่วมมือกันเพื่อปรับปรุงแพล็ตฟอร์มของบริษัท แต่ปลายสัปดาห์ที่แล้วกลับออกข่าวว่า ตนเป็นผู้ต้องสงสัยในเรื่องอื้อฉาวนี้
          ทั้งนี้ สถานการณ์ของเคมบริดจ์ อนาลิติกายิ่งเลวร้าย หลังจากแชนเนล 4 นำคลิปแอบถ่ายออกเผยแพร่เมื่อ วันจันทร์ (19) ซึ่งในคลิปนั้น นิกซ์อวดอ้างว่า เคมบริดจ์ อนาลิติกา เป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูล การวิเคราะห์ และ การกำหนดเป้าหมายทั้งหมดที่มี "ระบบตั้งเวลาทำลายตัวเอง" เพื่อไม่ให้มี หลักฐานสืบสาวถึงบริษัท ซ้ำบอกว่า บริษัทสามารถใช้วิธีการที่ไม่ธรรมดา เพื่อให้แคมเป หาเสียงของลูกค้าประสบความสำเร็จ
          วิธีการที่ว่ามีอาทิ  "ส่งสาวๆ" ไปที่บ้านผู้สมัครที่เป็นคู่แข่งของลูกค้า โดยนิกซ์สำทับว่า สาวยูเครนสวยและ เก่งเหมาะที่จะรับบทนี้
          นิกซ์ยังบอกอีกว่า เคมบริดจ์ อนาลิติกาอาจใช้วิธีเสนอเงินก้อนใหญ่ให้คู่แข่งของลูกค้าและเก็บหลักฐานไว้เพื่อนำไปโพสต์แฉออนไลน์ว่า ผู้สมัครคนนี้ทุจริต
          หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ ออกไป นิกซ์ออกคำแถลงแสดงความเสียใจและขอโทษพนักงาน พร้อมยืนยันว่า  เคมบริดจ์ อนาลิติกาไม่เกี่ยวข้องกับการวางกับดักหรือติดสินบน รวมถึง ไม่เคยใช้ข้อมูลเท็จเพื่อวัตถุประสงค์ ใดๆ ก็ตาม และสำทับว่า เหตุการณ์นี้ เป็น ความพยายามที่สืบเนื่องมานาน หลายเดือนของสื่อที่ต้องการโจมตี บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งของทรัมป์
          กระนั้นข้อมูลที่ เคมบริดจ์ อนา- ลิติกานำไปหาผลประโยชน์ ยังคงกระตุ้นให้สหภาพยุโรป รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางและมลรัฐต่างๆ ในอเมริกา เรียกร้องให้มีการขยายผลสอบสวนเรื่องนี้
          วันอังคาร องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคกว่าสิบแห่งกดดันให้คณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ (เอฟทีซี) สอบสวนว่า การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวละเมิดข้อตกลงปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ที่เฟซบุ๊กลงนามกับเอฟทีซีเมื่อปี 2011 หรือไม่ .