ดีแทคชู"เอไอ"สร้างรายได้โตกว่า40%

กรุงเทพธุรกิจ "ดีแทค"ดึงเอไอ- แมชชีน เลิร์นนิ่ง ช่วยสร้างยอดขายบริการเสริมคิดเป็น 30% ของยอดขายบริการเสริมที่อยู่ที่ 15,000 ล้านบาท โต 40% จาก ปีก่อน พร้อมทุ่มงบ 205 ล้าน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสร้างแล็บผลิตบุคลากรไอทีป้อนตลาด
          นายแอนดริว กวาลเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) เปิดเผยว่า แนวทางการตลาดในอนาคต จะเป็นรูปแบบเฉพาะเจาะจงรายบุคคล มากขึ้น ซึ่งต้องพึ่งพาการใช้บิ๊กดาต้า และแมชชีนเลิร์นนิง สำหรับใช้วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ทำให้ทราบว่าลูกค้าต้องการอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร และบริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของ ลูกค้าได้ดีที่สุด
          ที่ผ่านมาพบว่ากว่า 80% ของลูกค้า ดีแทคได้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของ ดีแทค สร้างรายได้จากการบรการดิจิทัลเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ในปี 2560
          นางสาวฉัตรสุดา สันตานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบริหารคุณค่าลูกค้า ดีแทค เสริมว่า ดีแทคนำแมชชีนเลิร์นนิงเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ของการตลาดแบบตัวต่อตัว ให้ดียิ่งขึ้น และใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาช่วย ด้านการขายบริการเสริม โดยในปี 2560 เอไอสร้างยอดขายประมาณ 30% ของ ยอดขายบริการเสริมอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งยอดขายดังกล่าวเพิ่มขึ้น มากกว่า 40% จากปีก่อน
          ส่วนปี 2561 ก็คาดว่ายอดขายที่มาจากการนำเอไอเข้ามาช่วยจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้
          นอกจากนี้ บริษัทนำแมชชีนเลิร์นนิง เข้ามาช่วยพัฒนาการตรวจสอบการ ลงทะเบียนของบริการระบบเติมเงิน โดยการใช้ระบบจดจำภาพใบหน้า นอกจากนี้ ยังถูกนำไปใช้ในการพัฒนา เครื่องมือการวิเคราะห์ความรู้สึกของ ลูกค้าบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อช่วย ในการจำแนกประเภทของความคิดเห็น บนสื่อสังคมต่างๆ โดยทั้งสองโปรเจค มีความแม่นยำสูงกว่า 90%
          ดีแทคยังได้ต่อความร่วมมือวิจัย ด้านเอไอกับสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ สิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยใช้งบประมาณจำนวน 205 ล้านบาท ในการลงทุนสร้างห้องแล็บ และสร้างทรัพยากรด้านเอไอรุ่นใหม่กับประเทศ โดยมุ่งเน้นไปยังด้านระบบอัจฉริยะอัตโนมัติ การเสริมสร้างประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยจะเปิดตัวแล็บ อย่างเป็นทางการกลางปีนี้