ดีเวลลอปเปอร์แห่พัฒนาเทคโนโลยีกระตุ้นยอดขายปี 2018

ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังคงประกาศแผนธุรกิจเชิงรุกในปี 2018 โดยแต่ละรายมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ที่แตกต่างกันไป  แต่ที่น่าสนใจคือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการกระตุ้นยอดขายและไลห์สไตล์ของคนกันมากขึ้น
          ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไป 'บ้าน'หรือ 'คอนโดมิเนียม'จึงต้องถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของคนเมืองมากขึ้น ดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำจึงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ทีเกียวเนื่องกับบ้านอัจฉริยะ ทั้งในแง่ของอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่น รวมถึงบริการล้ำๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อกระตุ้นยอดขายรองรับคนกลุ่มนี้
          เทคโนโลยีคือกลยุทธ์สำคัญ
          โดยมีดีเวลลอปเปอร์หลายรายที่โดดเด่นในเรื่องนี้ และนำมาใช้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยเฉพาะในโครงการระดับบนทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงและเป็นกลุ่ม Early Adopter ที่เปิดรับและตอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ง่าย เพื่อชิงชัยในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะเติบโตในปี 2561 ราว 6-8% (ข้อมูลตัวเลขจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ตัวอย่างเช่น
          แสนสิริ ที่ตั้งเป้าขยายกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยหวังยอดจากลูกค้ากลุ่มนี้ 12,000 ล้านบาท ภายในปีนี้ ก็ได้ลงทุนในด้าน LivingTech อย่างจริงจัง ผ่านสตาร์ทอัพดาวเด่น่หลายราย ที่โดดเด่นคือการใช้ Amazon Web Services ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านไอทีผ่านอินเทอร์เน็ตมาพัฒนาระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยเป็นครั้งแรก เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย ในการตรวจสอบสถานะการใช้งานของพื้นที่ส่วนกลาง อย่าง Co-working Space และห้องออกกำลังกาย เป็นต้น รวมถึงหุ่นยนต์แสนดีที่นำมาใช้นำส่งเอกสารและพัสดุต่างๆ ถึงหน้าห้อง
          นอกจากนี้ยังมี Sansiri Home Automation Control ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆสั่งงานด้วยเสียงได้รวดเร็ว ทันใจ เท่านั้นยังไม่พอยังเพิ่มขีดความสามารถครอบคลุมข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในชีวิตประจำวันอื่นๆ เปรียบเสมือนศูนย์รวมข้อมูลข่าวสาร เช่น การเช็คสภาพจราจรรายงานสภาพอากาศ สรุปข่าวรายวันเบ็ดเสร็จ ครบครันที่เดียว และล่าสุดคือ Smart Move แพลตฟอร์มบริการรถยนต์ไฟฟ้าให้เช่าสำหรับลูกบ้าน นำร่องด้วย BMW รุ่น i3ประเดิมโครงการแรกที่เดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต
          ด้านเอสซี แอสเสท นำเสนอ Living Solutions Plaform เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโรดแมป 3 ปี กับการเป็น Living Solutions Provider ชั้นนำที่ยึดหลักผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง หนึ่งในนั้นคือ "รู้ใจ"แพลตฟอร์มแห่งการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่เพื่อช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้นสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญก่อนที่จะสรรหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมทั้ง Internet of Things (loT), Big Data, Cloud Computing และ Artificial Intelligence (AI) มาตอบสนองความต้องการที่ไม่เคยถูกเติมเต็มมาก่อนในอดีต เช่น การควบคุมการเปิด-ปิด เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นไปอีกระดับ ด้วยระบบไฟฟ้าที่เปิดปิดอัตโนมัติโดยอาศัยการจับการเคลื่อนไหวของคนภายในห้อง  และระบบเครื่องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับร่างกายโดยที่ผู้อยู่อาศัยไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวหรือสัมผัสกับอุปกรณ์ใดๆเลย ซึ่งอนาคตจากการที่เอสซี แอสเซ็ท ไปลงทุนใน Fire One One บริษัที่ปรึกษาด้าน Business Transformation ในสั่ดส่วน 20% ก็อาจจะได้เห็นการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในรูปแบบใหม่ๆ มาใช้งาน เช่น หุ่นยนต์ลำเลียงและจัดส่งเสื้อผ้าที่ให้บริการถึงห้องพัก เป็นต้น
          ส่วนอนันดา ดีเวลลอปเมนท์ ก็ไม่ตกขบวน เพราะมุ่งมั่นกับแผนกลยุทธ์ Urban Tech ที่พยายามสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อคนเมืองเช่น Haupcar แพลตฟอร์ม Car Sharing รายแรกของไทย เพื่อให้ลูกบ้านที่ไม่มีรถยนต์ของตัวเอง สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกมากขึ้น ล่าสุดมีบริการสั่งซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์ก็ตจากหลากหลายเชนดังผ่าน Nasket อุปกรณ์สแกนบาร์โค้ดสินค้า กับแนวคิด "ยกห้างมาไว้ที่ห้อง" รวมถึงลูกบ้านสามารถแจ้งซ่อมได้สะดวกผ่านแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาให้ช่วยลดเวลา และขั้นตอนการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว
          ขณะที่ เอพี จะมุ่งเน้นพัฒนาแบรนด์ระดับ Super Luxury อย่างต่อเนื่องมากขึ้น มีโปรเจกต์เด่นที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ Smart POD ล็อกเกอร์อัจฉริยะที่ตัดปัญหาเรื่องเวลาในการรับเอกสารและพัสดุจากนิติบุคคล เพราะสามารถรับได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น โดยมีเงื่อนไขของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยลงเรื่อยๆ เพราะจะกลับบ้านเวลาไหนก็ได้ตามสะดวก นับเป็นการใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่นมากกว่าเคย รวมถึงการนำเทคโนโลยี loT มาเชื่อมต่อในทุกพื้นที่อยู่อาศัย ตามแนวคิด "นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน" เพื่อตั้งเป้าขึ้น 1 ใน 3 ของดีเวลลอปเปอร์ไทย
          ส่วนแนวทางที่ PwC แนะนำก็คือ ดีไวซ์ หรืออุปกรณ์สำหรับบ้านอัจฉริยะจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ร่วมกับโมบายแบบไร้รอยต่อ จะช่วยเพิ่มการใช้งานได้ เพราะ 74% ของผู้ใช้งานอุปกรณ์สำหรับบ้านอัจฉริยะบอกว่าพวกเขาจะใช้มันบ่อยครั้งขึ้น ถ้าหากมันเชื่อต่อกับสมาร์ทโฟนหรือโมบาย ดีไวซ์ ต่างๆ ของพวกเขา
          ในขณะที่อุปสรรคใหญ่หลวงที่ขัดขวางไม่ให้ผู้บริโภคซื้ออุปกรณ์สำหรับบ้านอัจฉริยะ ก็คือความกังวลในเรื่องของราคา (42%) ขณะเดียวกันก็อยากที่จะซืออุปกรณ์สำหรับบ้านอัจฉริยะหากได้รับข้อเสนอในเรื่องของการผ่อนชำระเงิน(52%)
          Smart Urban  Living,
          New Trend for City Residents
          In the fast-paced lifestyle of city residents, a comfortable and conveniently-located home or condominium  unit is the ultimate wish for many. Accordingly.leading developers have been focusing on the development of home technologgy to cater to modern demand of home buyers.
          Then came the concept of "smart home" that is referred to a home that has been carefully designed to allow for comfortable and safe living conditions even its inhabitants are physically away, thanks to the 24-hour surveillance system.
          A number of property developers  have been recognizd for their achievement on the introduction of the smart urbban living concept, both for homes and condominiums, geared towards consumers with high purchasing power, who are noted as the early adopters and are opento new technology
          Sansiri PLC is among them and has alrady set a target to attract more foreign buyers, who are expected to generage around 12 billion baht n revenue for the company this year, Sansiri has immensely invested in "living tech" therough its  collaboration with various outstanding startups, including Amazon Web Services, who has developed a voie-command assistant to help residents check all utility bills, arrival of deliveries and book such facilities as co-working space and gym.
          Another developer with a similar focus is SC Asset, which has introduced the Living Solutions  Platform to assure the comfort of all residents while responding to the lifestyle of the new generations. SC Asset has gone a distance to satisfy to its customers by making use of finternet of things(IoT). Big Data. Cloud Computing and Artificial Intelligence(AI)to meet various demnad, which have never been fulfilled untill now.