SDCเพิ่มทุน-วอร์แรนต์ ลุยระบบดิจิทัลรับอนาคต

ทันหุ้น - SDC บอร์ดไฟเขียวเพิ่มทุน 1.1 หมื่นล้านหุ้น แบ่งขาย RO 1:2 พร้อมแถมวอร์แรนต์ ในอัตราส่วน 4 หุ้นเพิ่มทุน ต่อวอร์แรนต์ 1 หน่วย ระดมทุนรองรับโครงการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล คาดใช้เงินลงทุนกว่า 600-800 ล้านบาท และเป็นทุนหมุนเวียน
          นายประชา พัทธยากร กรรมการ บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SDC เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เห็นชอบให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ ยกเลิกมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2560 ในส่วนที่ได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) และเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (วอร์แรนต์) และการออกวอร์แรนต์ ครั้งที่ 1 ซึ่งต่อมาราคาหุ้นของบริษัทปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงเห็นว่าราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ RO ที่กำหนดไว้ที่ 0.50 บาทต่อหุ้น อาจไม่เหมาะสม
          ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทจึงเห็นชอบให้ลดทุนจดทะเบียนเหลือ 440.03 ล้านบาท จากเดิม 990.06 ล้านบาท โดยตัดหุ้นที่ยังไม่นาออกจำหน่าย หลังจากนั้นให้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1.54 พันล้านบาท โดยออกหุ้นใหม่จำนวน 1.1 หมื่นล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 0.10 บาท
          โดยจะจัดสรรหุ้นใหม่ไม่เกิน 8.8 พันล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 2 หุ้นใหม่ ที่ราคาหุ้นละ 0.30 บาท ระหว่างวันที่ 9-11 และ 14-15 พฤษภาคม 2561, จัดสรรหุ้นใหม่ ไม่เกิน 2.2 พันล้านหุ้น ใช้รองรับการแปลงสภาพวอร์แรนต์ SDC-W1 ที่จะออกจำนวนไม่เกิน 2.2 พันล้านหน่วย จัดสรรให้ฟรีแก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ในอัตราส่วน 4 หุ้นเพิ่มทุน ต่อวอร์แรนต์ 1 หน่วย โดยมีอายุ 5 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย ต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 0.50 บาท
          ลุยระบบดิจิทัล
          สำหรับวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินไปลงทุนในโครงการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล (Digital Trunked Radio System) ตามสัญญาความร่วมมือพันธมิตรธุรกิจกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว รวมถึงเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการ Digital Trunked Radio System เป็นจำนวนเงินประมาณ 600-800 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการลงทุนประมาณ 2 ปี
          ทั้งนี้โครงการดังกล่าวตามสัญญาความร่วมมือกับพันธมิตรนั้น บริษัทมีหน้าที่ลงทุนและจัดหาอุปกรณ์โครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล ภายในสถานีฐานจำนวนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 พันสถานี ภายใน 2 ปี คิดเป็นมูลค่าลงทุนประมาณ 2.37 พันล้านบาท
          ขณะที่กสท. ตกลงชำระค่าตอบแทนใช้บริการเป็นรายเดือนตามจานวนผู้ใช้บริการในอัตรา 500 บาทต่อเครื่องต่อเดือน โดยประมาณค่าบริการตลอดอายุโครงการจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 จำนวนทั้งสิ้น 5.93 พันล้านบาท โดยบริษัทมีโอกาสมีรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายเครื่องลูกข่ายให้กับผู้ใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล และจากการเป็นผู้ให้บริการเสมือน (MVNO) ของกสท สาหรับการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล ซึ่งการดำเนินการโครงการนี้มีความจำเป็นต้องใช้เงินจากการเพิ่มทุนควบคู่กับเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
          ลงทุนรับอนาคต
          นอกจากนี้การเพิ่มทุนดังกล่าวยังจะใช้รองรับโครงการลงทุนในอนาคต เป็นจำนวนเงินประมาณ 750-950 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการลงทุนประมาณ 2 ปี รวมถึงใช้เป็นค่าใช้จ่ายการดำเนินงานทั่วไป ซึ่งรวมถึงเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทสำหรับโครงการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล และโครงการลงทุนอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นจำนวนเงินประมาณ 300-350 ล้านบาท ระยะเวลาประมาณ 2 ปี ส่วนที่เหลือจะนำไปปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัท เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและเป็นการปรับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทให้เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี