แคทชูIOT-BigData-คลาวด์ เล็งหาพันธมิตรเสริมตลาด

แคทปรับกลยุทธ์ตลาดก้าวสู่ดิจิทัลเซอร์วิส รุกตลาดองค์กรแบบจัดหนักเน้นดีไซน์โซลูชั่น "IOT-big dataคลาวด์" รับยุคทรานส์ฟอร์ม เล็งจับมือ พันธมิตรหาโมเดลบุกตลาดให้คล่องตัวขึ้น ปักธงอีก 3 ปี ดิจิทัลเซอร์วิสเพิ่มเป็น 30% ของรายได้รวม
          นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจและการบริการ บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) เปิดเผยว่า ได้ปรับจุดยืนจากผู้ให้บริการโครงข่ายพื้นฐานโทรคมนาคมก้าวสู่ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ที่จะออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะตลาดลูกค้าองค์กรที่ตื่นตัวในยุคเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีที่กระทบทุกธุรกิจซึ่งแคทจะเน้นนำเสนอโซลูชั่นใน 3 เทคโนโลยีสำคัญคือ IOT (อินเทอร์เน็ต ออฟทิงส์) big data และคลาวด์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เสริมศักยภาพให้ลูกค้า อาทิ โซลูชั่นที่จะนำ IOT ไปใช้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงานรวมถึงเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อยอด พร้อมชูจุดเด่นด้านความแข็งแกร่งของ โครงข่ายโทรคมนาคมและการบริการอย่างครบวงจร
          ในส่วนของตลาดคอนซูเมอร์ แคทได้ให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีหลัง โดยเฉพาะในส่วนของบริการบรอดแบนด์ "C-internet" ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในแง่ของการรุกตลาดและขยายบริการ ซึ่งจะต่อเนื่องตลอดปีนี้ รวมถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ my by CAT ที่เปิดตัวโปรโมชั่นต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นตลอด แม้ว่าตลาดกลุ่มนี้จะเริ่มอิ่มตัวแล้ว แต่แคทมองว่ายังมีช่องว่างเติบโต ด้วยการผสานบริการที่แคทมีเข้าด้วยกัน ทั้ง 3G/4G FTTx
          ขณะเดียวกันแคทจะนำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรที่ไม่จำกัดเฉพาะในธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อสร้างบริการใหม่และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยกำลังหารือถึงโมเดลความร่วมมือที่จะทำให้เจาะตลาดได้คล่องตัวยิ่งขึ้น
          สำหรับรายได้รวมของแคทใน ปี 2560 อยู่ที่ราว 49,000 ล้านบาท มาจากธุรกิจโมบายประมาณ 25,000 ล้านบาท กลุ่มสื่อสารข้อมูลอินเทอร์เน็ตรวมดิจิทัลเซอร์วิสราว 9,500 ล้านบาท กลุ่ม nontelecom 2,400 ล้านบาท ส่วนแบ่งสัมปทาน 12,000 ล้านบาท
          โดยคาดว่าภายใน 3 ปีจากนี้ธุรกิจดิจิทัลเซอร์วิสจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 15% ของรายได้รวมเป็น 30% จากการปรับกลยุทธ์ตลาดของแคทและอัตราการเติบโตของตลาดคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงการขยายตัวของการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)