"สิงห์เวนเจอร์"รุกถือหุ้นสตาร์ทอัป ทุ่ม25ล.เหรียญลงทุน2กองทุนเอเชีย

ผู้จัดการรายวัน360 - นายภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร Singha Ventures บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจสตาร์ทอัป เป็นหนึ่งในธุรกิจแห่งอนาคตที่น่าสนใจ เพราะสตาร์ทอัปมีแนวคิดที่ตอบสนองการใช้ชีวิตในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยโมเดลทางธุรกิจที่แตกต่าง แต่เจาะตลาดใหญ่ได้ ที่สำคัญสร้างการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ในปี 60 บริษัทได้จัดตั้ง "Singha Ventures" ธุรกิจเงินร่วมทุน (Venture Capital Fund หรือ CVC) เพื่อลงทุนในนวัตกรรม และผลิตภัณฑ์กลุ่มสตาร์ทอัปดาวรุ่งระดับโลก เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันในอนาคต
          โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ สิงห์ เวนเจอร์ ให้ความสนใจเข้าไปลงทุน 3 กลุ่ม คือ 1. อาหาร หรือสินค้าอุปโภคบริโภค 2. รีเทล และลอจิสติกส์ หรือเทคโนโลยีในการจัดการห่วงโซ่ การผลิต ด้านการขนส่งและจำหน่ายสินค้า 3. อินเตอร์ไพรส์ โซลูชัน หรือการลงทุนในระบบหรือโปรแกรมต่างๆ รวมถึงการลงทุนธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจด้านสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอินเทอร์เน็ต ออฟ ติงส์ และการลงทุนจะโฟกัสธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีโมเดลชัดเจน มีตลาดและมีรายได้แล้ว และมีความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุนในระดับ Seed Funding stage หากกธุรกิจดังกล่าวเป็นไอเดียที่โดดเด่น และอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีสามารถนำมาพัฒนาต่อยอด เสริมศักยภาพองค์กรสิงห์ได้
          โดยในปีที่ผ่านมาได้ใช้งบ 25 ล้านดอลลาร์ลงทุนใน 2 กองทุน คือ 1. Kejora Ventures แพลตฟอร์มระบบนิเวศน์ทางเทคโนโลยี ประเทศอินโดนีเซีย ที่มีการลงทุนในธุรกิจแล้ว 29 ธุรกิจ และ 2.Vertex Ventures จากสิงคโปร์ มีเครือข่ายและประสบการณ์ในวงการเทคโนโลยี และเวนเจอร์ แคปิตอล ซึ่งขณะนี้มีอัตราการเติบโตเร็วมาก 2-3 เท่าตัว
          ทั้งนี้ ในเอเชียมีเพียง 3 กองทุนใหญ่ด้านสตาร์ทอัป คือ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และจีน ซึ่ง สิงห์ เวนเจอร์ ได้เข้าไปร่วมทุนแล้ว 2 ประเทศ หลังจากนี้จะมองหากองทุนสตาร์ทอัปใหม่ เช่น 500 ตุ๊กตุ๊ก ที่เป็นของซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา โดยหวังให้ไทยเป็นอีกหนึ่งฮับของกองทุนสตาร์ทอัพ นอกจากมุ่งลงทุนในกองทุนแล้ว ปีนี้จะมุ่งในตัวธุรกิจสตาร์ทอัปโดยตรงกับบรรดาสตาร์ทอัปดาวรุ่งที่ในกลุ่มซีรีส์เอ หรือกลุ่มที่เริ่มรับรู้รายได้ ในฐานะพาร์ตเนอร์ ภายใต้การเข้าไปลงทุนเบื้องต้นที่ 25%.