ITELศึกษาลงทุนธุรกิจโยงICO จ่อขอ22ไลเซนส์ชัดเจนมิ.ย.61

ITEL สนใจลงทุนในธุรกิจ Blockchain ที่เกี่ยวข้องกับ ICO จ่อขอใบอนุญาตทำแพลตฟอร์มตลาดเทรด coin และใบอนุญาต ICO Portal จาก ก.ล.ต. คาดชัดเจนในเดือน มิ.ย. 2561 ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาท ย้ำเป้ารายได้ปี 2561 โต 40%
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในธุรกิจที่เป็น Blockchain โดยสนใจใน 2 ส่วน ได้แก่ 1.การสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายเหรียญ (Coin Exchange Secondary Market) เพื่อเป็นตลาดรองรับการซื้อขายเหรียญ หลังจากมีหลายบริษัทสนใจระดมทุนแบบ Initial Coin Offering (ICO) โดยในปัจจุบันมีตลาดซื้อขายเหรียญอยู่ 2 ตลาด คือ TDAX กับ BX
          และ 2.การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ให้กับบริษัทที่สนใจระดมทุนแบบ ICO (ICO Portal) เพื่อเป็นตัวช่วยคัดกรอง ICO ที่ดีเข้ามาในตลาด โดยทั้ง 2 ส่วน อยู่ระหว่างศึกษากฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และความเป็นไปได้ของธุรกิจ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 3 เดือน หรือประมาณเดือน มิ.ย. 2561
          “บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในธุรกิจที่เป็น Blockchain ซึ่งจะทำผ่านบริษัทย่อย โดยขณะนี้ศึกษากฎระเบียบของ ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาตเกี่ยวกับการสร้างแพลตฟอร์มตลาดเทรด coin เพื่อเป็นตลาดรองรับสำหรับผู้ที่ออก ICO และใบอนุญาตในการเป็น ICO Portal คาดว่าจะชัดเจนใน 3 เดือนข้างหน้า ทั้งใบอนุญาตต่างๆ และการเปิดตลาดเทรด coin โดยใช้เงินลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาท” นายณัฐนัย กล่าว
          สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 40% จากปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่  1,081.25 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าทุกธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่อง โดยธุรกิจการให้บริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) ในไตรมาส 1/2561 บริษัทได้ลูกค้าใหม่เข้ามา ได้แก่ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับจะมีการรับรู้รายได้จากลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เซเว่น-อีเลฟเว่น
          ส่วนธุรกิจการให้บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมปี 2561 คาดว่าจะเติบโตดี เนื่องจากบริษัทจะมีการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประมาณ 400-500 ล้านบาท ในไตรมาส 1-3/2561 และมีรายได้บริการอินเทอร์เน็ตตั้งแต่เดือน ส.ค. 2561 หรือประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี
          นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเข้าประมูลโครงการ USO NET เฟส 2 จำนวน 15,732 หมู่บ้าน มูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท คาดว่าจะแบ่งเป็น 8 สัญญา โดยบริษัทคาดหวังได้ 1-2 สัญญา ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ หรือมีส่วนแบ่งในงานประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท
          ขณะที่ธุรกิจการให้บริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ ปี 2561 จะมีการรับรู้รายได้จากการเช่าพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรก จำนวน 348 แร็คส์ โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้พื้นที่อยู่ที่ 95% ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 จำนวน 624 แร็คส์ ซึ่งร่วมลงทุนกับพันธมิตร 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ปัจจุบันมีลูกค้าเซ็นสัญญาเพื่อเช่าใช้พื้นที่อยู่ที่ 14%
          อีกทั้งคาดว่าจะมีสถาบันการเงินเข้ามาเซ็นสัญญาเช่าใช้พื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ รวมประมาณ 160 แร็คส์ หรือ 16% ของพื้นที่ให้บริการ ในเดือน เม.ย. 2561 ซึ่งจะทำให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะมีลูกค้าเซ็นสัญญา 30% ภายในช่วงไตรมาส 2/2561 และตั้งเป้าหมายมีลูกค้าเซ็นสัญญาเช่าใช้บริการเพิ่มเป็น 60% สิ้นปี 2561
          ทั้งนี้ ในปัจจุบันงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) โดยรวมของบริษัทอยู่ที่ 3,142 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจการให้บริการโครงข่ายประมาณ 2,500 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในช่วง 5-10 ปี ธุรกิจการให้บริการติดตั้งโครงข่าย 524 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ในปี 2561 ทั้งหมด และธุรกิจการให้บริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ 170 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายใน 2 ปี
          ขณะเดียวกัน ในปี 2561 บริษัทจะมีการเพิ่มบริการใหม่ โดยจะให้บริการกล้องวงจรปิด (CCTV as service) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นจัดซื้อพิเศษของหน่วยงานภาครัฐในต่างจังหวัด มูลค่า 80-100 ล้านบาท คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในปลายเดือน มี.ค. 2561 หรือต้นเดือน เม.ย. 2561