จัดทำบิ๊กดาต้าด้านแรงงาน-วางแผนการศึกษาผลิตกำลังคน5-10ปี ศธ.เร่งเก็บข้อมูลนักเรียนเพิ่มเติม

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายในการจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กดาต้า) โดยให้ทุกกระทรวงส่งข้อมูลไปยังสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยในส่วนของ ศธ.ได้เสนอข้อมูลไป 2 เรื่อง คือ การเรียนรู้เพื่อตอบสนองการมีงานทำและข้อมูลผู้เรียนในสถานศึกษา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนี้จะเชื่อมโยงกับกระทรวงอื่นๆ ด้วย เนื่องจากการจัดทำหลักสูตรศธ.ต้องผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานไม่ใช่ผลิตออกไปแล้ว ทำให้เด็กตกงาน
          นายศัจธร วัฒนะมงคล ผอ.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัด ศธ. กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องการให้กระทรวงต่างๆ นำข้อมูลของตัวเองไปใส่ในถังบิ๊กดาต้า จากนั้นจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลรวมเพื่อวางแผนให้ตอบสนองความต้องการด้านแรงงานภาพรวมของประเทศ ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ศธ. กับกระทรวงแรงงาน (รง.)อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเด็นอยู่ที่ใครมีข้อมูลพื้นฐานอะไรบ้าง ก็ต้องนำไปใส่ถังบิ๊กดาต้า โดยในส่วนของ ศธ.มีข้อมูลเกี่ยวกับเด็กวัยเรียน อัตราการเข้าเรียนต่อ ซึ่งเรามีข้อมูลพื้นฐานอยู่แล้ว เพียงแต่ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์ชัดเจนมากขึ้น
          "การมีบิ๊กดาต้าด้านแรงงาน จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการวางแผนจัดการศึกษา เพื่อการผลิตกำลังคนรองรับความต้องการแรงงานในอนาคต แต่ที่ผ่านมาทางฝ่ายแรงงาน ไม่สามารถบอกความต้องการกำลังคนที่ชัดเจนได้ จึงทำให้เราวางแผนจัดการศึกษา เพื่อผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานเป็นไปได้ยาก เพราะการวางแผนด้านการศึกษาต้องล่วงหน้าอย่างน้อย 5-10 ปี แต่ถ้าเรามีฐานข้อมูลนี้จะช่วยให้การพยากรณ์หรือทิศทางการผลิตมีความชัดเจนขึ้น"
          นายศัจธร กล่าวและว่า โจทย์ใหญ่ของ ศธ.ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของทำอย่างไรจะให้เด็กมีทักษะทางด้านแรงงานเท่านั้น แต่สำคัญคือทำอย่างไรให้เด็กมีทักษะด้านการเรียนรู้มากกว่า เพราะทักษะการเรียนรู้ คือความพร้อมที่จะทำให้สามารถเรียนได้เร็วขึ้นรู้จักการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาความรู้ได้มากขึ้น เพราะในอนาคตการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเกิดจากในห้องเรียนเท่านั้น