กสทช.ชี้5บ.เอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ร่วมกับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ตรวจสอบบริษัทผู้ให้บริการระบบวอยซ์โอเวอร์ไอพี (วีโอไอพี) ที่เกี่ยวข้องกับเบอร์โทรศัพท์คนร้ายที่ใช้โทรหาผู้เสียหายที่อยู่ในประเทศไทยแล้วพบว่า รูปแบบการให้บริการของบริษัทดังกล่าว เป็นการให้บริการโดยเช่าหมายเลขโทรศัพท์ และสัญญาณโทรศัพท์มาจากผู้ให้บริการ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือหลักในประเทศไทย เมื่อเช่าแล้ว ก็ให้เช่าหมายเลขโทรศัพท์แก่บุคคลหรือบริษัททั่วไปทั้งในและต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง
          "นายพิชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบลักษณะการให้บริการ พบว่ามี 5 บริษัท ที่ดำเนินการเช่าแล้วให้เช่าช่วงต่อกับบริษัทอื่น นำไปใช้กับอุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรศัพท์ เคลื่อนที่ระบบจีเอสเอ็ม เพื่อให้สามารถรับ-ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดย ใช้เอสไอพี เซิร์ฟเวอร์ ที่เช่ามาเชื่อมต่อกับ เอสไอพี เซิร์ฟเวอร์ ของผู้ให้บริการรายอื่น ทั้งในและต่างประเทศ แล้วจึงแปลงสัญญาณจากวอยซ์โอเวอร์ไอพี เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณเข้ากับชุมสายโทรศัพท์ของผู้ให้บริการภายในประเทศที่ได้รับอนุญาต เพื่อติดต่อไปยังหมายเลขปลายทางต่อไป ถือว่าเป็นการให้บริการในลักษณะคอล เทอร์มิเนชั่น (วีโอไอพี เทอร์มิเนชั่น) ซึ่งเป็นการให้บริการโทรคมนาคม ที่ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม
          นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับข้อมูลจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ศป.ฉปทน.ตร.) ที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 มี 373 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 195,394,775 บาท และจากการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์คนร้ายที่โทรเข้ามาหลอกลวงผู้เสียหาย พบว่าเป็นการโทรศัพท์ผ่านระบบวอยซ์โอเวอร์ไอพี โดยผู้ให้บริการเป็นผู้ซื้อหมายเลขโทรศัพท์ จากค่ายโทรศัพท์มือถือหลักของประเทศ จากการตรวจสอบการให้บริการของบริษัทดังกล่าว พบว่าเป็นการให้บริการโดยผิดกฎหมาย ทางสำนักงานเลขาธิการ กสทช.ตรวจสอบแล้วยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวกระทำเกินกว่าขอบเขตที่ได้รับอนุญาตในการประกอบกิจการโทรคมนาคม อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ข้อหาประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต อัตราโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
          "ทั้งนี้ กสทช.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะตรวจสอบบริษัทผู้กระทำผิดใน ลักษณะเช่นนี้ทุกราย เพื่อบรรเทาปัญหาที่คนร้ายใช้ช่องทางนี้กระทำผิดหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และให้ทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังต่อไป" นายพิชัยกล่าว