SAMARTดันSDCสร้างรายได้ หวังพลิกฟื้นหลังยุติ"ไอ-โมบาย"

 SAMART ปี 60 มีผลขาดทุนสุทธิ 948 ล้านบาท จากตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ หลังยุติธุรกิจมือถือ "SIM" ดัน SDC สร้างรายได้แทน มั่นใจพลิกพื้น จ่ายปันผล 0.10 บาท/หุ้น ขึ้น XD 26 มี.ค.นี้ ควบวอร์แรนต์อัตรา 3:1 ขึ้น XW 8 พ.ค.นี้
          นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2560 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 948 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 71.18 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ หลังจากยุติการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ไอ-โมบาย ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 13,130 ล้านบาท ลดลง 5.42% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 13,884 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายงานตามสัญญา และรายได้จากการบริการอยู่ที่ 13,023 ล้านบาท ลดลง 4.77% จากปีก่อนอยู่ที่ 13,675 ล้านบาท
          ทั้งนี้ การลดลงของรายได้มีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในสายธุรกิจ Digital เดิมคือสายธุรกิจ Mobile Multimedia ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) หรือ SIM เนื่องจากในปี 2560 บริษัทได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทิศทางการดำเนินงานของสายธุรกิจนี้จากเดิมที่เน้นการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มาสู่การดำเนินธุรกิจด้าน Digital Content & Solutions อย่างเต็มรูปแบบภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท สามารถดิจิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SDC
          โดย SDC มีผลขาดทุนสุทธิในปี 2560 อยู่ที่ 1,925 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 1,205 ล้านบาท จากปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 720 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,364 ล้านบาท ลดลง 60.6% จากปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,461 ล้านบาท เป็นผลมาจากการยกเลิกการทำตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ i-mobile เหลือเพียงธุรกิจค้าปลีก โทรศัพท์เคลื่อนที่ และการลดลงของรายได้จากสายธุรกิจ Non-Mobile ด้วย
          "บริษัทได้พิจารณาแล้วเห็นว่าควรยุติธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากมีแนวโน้มในการทำกำไรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจนไม่คุ้มค่าในการลงทุน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันในอนาคต บริษัทจึงตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและเผื่อสินค้าล้าสมัยในมูลค่าที่เหมาะสม โดยบริษัทยังคงรับผิดชอบโดยให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าที่ใช้สินค้าของบริษัท" นายวัฒน์ชัย กล่าว
          อย่างไรก็ตาม ธุรกิจด้าน Digital Content & Solutions มีความคืบหน้าของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ ธุรกิจ Digital Trunk Radio System หรือในชื่อางการตลาดว่า DigiTrunk ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการวางระบบเครือข่ายและติดตั้งอุปกรณ์รับส่งสัญญาณมั่นใจว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 50,000 ราย ธุรกิจ Digital Tourism Solutions อยู่ระหว่างการนำเสนอและสรุปขอบข่ายบริการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องขณะที่ธุรกิจ Co-Tower คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
          ส่วนสายธุรกิจ ICT ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 184 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 6,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% จากปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,749 ล้านบาท และปัจจุบันมีงานมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท มั่นใจปี 2561 จะสร้างรายได้บรรลุเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท
          นอกจากนี้ SAMART ประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดสำหรับงวดวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD หรือผู้ซื้อไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลวันที่ 26 มี.ค. 2561 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พ.ค. 2561 ส่วน SAMTEL ประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับงวดวันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD (ผู้ซื้อไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล) ในวันที่ 26 มี.ค. 2561 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พ.ค. 2561
          ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัทอนุมัติออก SAMART-W2 ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม โดยไม่คิดมูลค่าในอัตรา 3 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ โดยใบแสดงสิทธิมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่ออก กำหนดอัตราใช้สิทธิ 1 วอร์แรนต์ต่อ 1 หุ้นสามัญ ที่ราคา 15 บาท/หุ้น กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XW (ผู้ซื้อหุ้นไม่ได้รับวอร์แรนต์) ในวันที่ 8 พ.ค. 2561 โดยบริษัทจะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 335,501,303 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของ SAMART-W2