องค์กรทั่วโลกลุยดาต้า ไทยยอดพุ่ง30%ชงแพลตฟอร์มมัลติคลาวด์รับมือข้อมูลขนาดใหญ่

โพสต์ทูเดย์ - เน็ตแอพ เผยเทรนด์เทคโนโลยี องค์กรทั่วโลกใช้ดาต้าขับเคลื่อน ชี้ไทยการใช้งานโต 30% ต่อเนื่อง 3 ปี แนะใช้มัลติคลาวด์รับมือข้อมูลมหาศาล
          นายวีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และซีแอลเอ็มวี เปิดเผยว่า แนวโน้มความต้องการใช้งานดาต้าในไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 30% ต่อปีจนถึงปี 2563 เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นแรงผลักดันที่ส่งผลให้ธุรกิจหันมาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ จากการใช้กระบวนการเป็นศูนย์กลางมาเป็นการใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางแทน โดยแต่ละองค์กรมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อช่วยผลักดันให้ธุรกิจของตนเติบโตด้วยสินทรัพย์อันมีค่าอย่างข้อมูล
          ทั้งนี้ การใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์จึงเพิ่มขึ้นไปพร้อมกับข้อมูล คาดว่าการใช้ข้อมูล 2562 จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ สำหรับธุรกิจที่ลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสูง ได้แก่ การเงินและธนาคาร ส่วนในอาเซียน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ธุรกิจหรือองค์กรลงทุนทางด้านเทคโนโลยีสูงที่สุด ในลักษณะของการทรานส์ฟอร์เมชั่นองค์กรมากกว่าจะเป็นการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน เมียนมา กัมพูชา และลาว ลงทุนเทคโนโลยีทางด้านพื้นฐานที่สูงขึ้น เพราะทุกประเทศภาครัฐเดินหน้าผลักดันประเทศให้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลแทบทั้งสิ้น
          ขณะที่เทรนด์องค์กรทั่วโลก พบว่า 81% นำมัลติคลาวด์มาใช้งาน เพราะรูปแบบธุรกิจมีความหลากหลายมากขึ้น ขณะที่ 51% ใช้งานไฮบริดคลาวด์ และอีก 31% ได้ยกระดับธุรกิจของตนไปสู่การใช้งานไพรเวทและพับลิกคลาวด์ควบคู่กันไป โดยมองว่าการใช้งานโซลูชั่นของ คลาวด์ การมีข้อมูลจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินความสามารถในการเคลื่อนย้าย จึงต้องใช้เวอร์ชวล แมชีนมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเครื่อง Rideshare เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
          อย่างไรก็ดี ผลสำรวจจาก เดอะ ไรท์สเกล เกี่ยวกับการใช้งานคลาวด์ในปี 2561 แสดงข้อมูลการลงทุนด้านคลาวด์คอม พิวติ้งขององค์กรที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปีหน้า พบว่า 35% ของมูลค่าของการลงทุนใช้งานระบบคลาวด์ขององค์กรสูญเปล่า ปีนี้การใช้งานระบบคลาวด์จึงต้องมีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานเลือกพิจารณาอันดับต้นๆ
          นายวีระ กล่าวว่าบริษัท เน็ตแอพคาดการณ์ 5 เทรนด์สำคัญเกิดขึ้นปีนี้ 1.ความสามารถในการหยั่งรู้ข้อมูล โดยความก้าวหน้าระบบสารสนเทศ ข้อมูลมีความสามารถในการบริหารจัดการ ตัวเองได้ 2.เวอร์ชวลแมชีนจะกลายเป็นเครื่อง Rideshare 3.ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินความสามารถในการถ่ายโอน แต่ก็สามารถจัดการได้ ส่งผลให้เกิดโครงสร้างใหม่ อย่าง การวิเคราะห์แบบ เรียลไทม์บน Edge การประมวลผล (Core) และคลาวด์ในอนาคต
          สำหรับเทรนด์ที่ 4 การพัฒนาจาก บิ๊กดาต้า ไปสู่ ดาต้าที่มีขนาดใหญ่ ต้องใช้โครงสร้าง Solid State Drive (SSD) ในรูปแบบใหม่ และ 5.การปรากฏขึ้นของกลไกการจัดการข้อมูลแบบกระจายอำนาจจากศูนย์กลางที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชนที่เห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นกลไกลการจัดการข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
          ด้านวิสัยทัศน์บริษัทเดินหน้าชู ดาต้า แฟบริก โซลูชั่น เพื่อทำให้ลูกค้าระดับองค์กรในไทยสามารถจัดเก็บ และบริการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลบนแพลตฟอร์มไฮบริดคลาวด์และมัตติคลาวด์ได้ทั่วถึง อีกทั้งยังเป็นการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ ที่ปรับขยายและยืดหยุ่นบริการผ่านแอพพลิเคชั่นตามความต้องการ ระบบสตอเรจ ทันสมัยผ่านการบริหารจัดการข้อมูล สำหรับผลประกอบการของบริษัทไตรมาสสามปีที่ผ่านมามีการเติบโตถึงเกือบ 20%