ADVANCประกาศวิสัยทัศน์ปี61 ก้าวสู่ดิจิลแพลตฟอร์มเพื่อไทย

 ADVANC ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2561 ก้าวสู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อเป็นแกนกลางสนับสนุนทุกกลุ่มเข้ามาทำงานร่วมกันแบบ Ecosystem ด้วยการเปิดตัว 3 แพลตฟอร์ม
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยในงาน “Digital Intelligent Nation 2018” ว่า วิสัยทัศน์ในปี 2561 บริษัทพร้อมก้าวสู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อเป็นแกนกลางสนับสนุน เชื่อมต่อทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำงานร่วมกันในลักษณะของ Ecosystem เพื่อขยายขีดความสามารถผ่านดิจิทัลสร้างการเติบโตสู่ทุกภาคส่วนของประเทศ
          โดยบริษัทเปิดตัว 3 แพลตฟอร์ม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว ได้แก่ 1.AIS IoT Alliance Program (AIAP) โครงการความร่วมมือของสมาชิก 70 รายจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี IoT ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย ผู้ผลิตเทคโนโลยี นักพัฒนาอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถ, Product, Service หรือ Solution เพื่อให้เกิดการพัฒนา IoT Solution/Business Model ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ขยายประโยชน์สู่ภาคประชาชน เสริมการบริหารจัดการในทุกภาคส่วน
          2.The Play 365 ซึ่งเป็น Local VDO Platform ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน สื่อมวลชน นักสร้างสรรค์ Content ทุกวงการสามารถนำเสนอผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น สร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยทุกคน พร้อมโครงสร้างรายได้และโมเดลที่เหมาะสม สอดคล้องกับตัวเลขผู้ชมที่แท้จริง คาดว่าจะเห็นผลงานแรกภายใน 2 เดือน และ 3.AIS IMAX VR  ซึ่งเป็น VR Content Platform ที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนา VR Content สามารถเรียนรู้จากผู้ผลิต VR อันดับหนึ่งของโลกอย่าง IMAX พร้อมโครงการ VR Content Creator Program ที่บริษัทได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเวทีของการสร้าง Content VR ให้กับอุตสาหกรรม
          นายสมชัย กล่าวว่า ปี 2560 ที่ผ่านมาภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมยังคงเติบโตถึง 4% อัตราการเติบโตของการใช้งานเฉลี่ย Mobile Internet ต่อบุคคล เพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับปี 2559 โดยปี 2560 ที่ผ่านมา คนไทยใช้งานดาต้ามากถึง 7.3 GB ต่อคนต่อเดือน  และคาดว่าในปี 2561จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 GB ต่อคนต่อเดือน และใช้เวลาอยู่บน Social Network เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% จากปีก่อน หรือวันละประมาณ 4.8 ชั่วโมง ขณะที่มากกว่า 41 ล้านคน ชม VDO Streaming บนมือถือ โดย 80% ส่วนใหญ่ เป็น Local Content อีกทั้งองค์กรเริ่มหันมาใช้ Cloud เป็นมาตรฐานใหม่ในการยกระดับการบริหารจัดการ ซึ่งในส่วนของบริษัทได้พัฒนาเครือข่ายและบริการเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
          ทั้งนี้ เชื่อว่า IoT จะเกิดขึ้นจริงภายใน 3 ปี ดังนั้นบริษัทจึงเตรียมขยาย 2 เครือข่าย คือ Narrow Band IoT และ Enhance Machine Type Communication (eMTC) เพื่อรองรับ IoT ให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยเร็ว จากปัจจุบันมีที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ 9 จังหวัด รวมไปถึงยกระดับเครือข่าย Data ทั่วประเทศสู่ Next G Network ที่รองรับการใช้งานระดับ 1 GB และเอไอเอส ไฟเบอร์ ซึ่งใช้งบลงทุนด้านเครือข่ายกว่า 35,000-38,000 ล้านบาท อีกทั้งการนำ VDO Content ใหม่ๆ ทั้งจากระดับโลก อย่าง CNN และการ์ตูนเน็ตเวิร์ค รวมถึงจากสุดยอดผู้ผลิต Content ของไทยเช่นกัน
          "ในปี 2563 จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกมาก เพราะมี IoT จะมีมหาศาล เหลืออีก 3 ปี ซึ่งบริษัทอยากทำดิจิทัล แพลตฟอร์มสำหรับคนไทย ซึ่งบริษัทมี Mobile Infrastructure, Fix Line Infrastructure และ Digital Service Infrastructure" นายสมชัย กล่าว