เทงบ"บิ๊กร็อก"บูมดิจิทัล-ไฮเทค ครม.จัด 5.5 พันล้านให้ดีอี-วิทย์เร่งเดินเครื่อง

ครม.อนุมัติงบบิ๊กร็อก 5,547 ล้านบาทให้ดีอี -กระทรวงวิทย์เดินหน้า 19 โครงการ เน้นโครงการดิจิทัลและเสริมสร้างเทคโนโลยี ระบุวงเงินเหลือก้อนสุดท้ายอีกแค่ 800 ล้านบาท ใครสนใจชิงเค้กให้เร่งเสนอโครงการภายในเดือน มี.ค.นี้ พร้อมปิดจ๊อบเงินกู้แซลลอตสุดท้ายอนุมัติ 800 ล้านบาท ยกระดับบริการภาครัฐที่เหลืออีก 302 ล้านบาท ให้โอนเข้าคลัง
          นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 งบกลางรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ (บิ๊กร็อก) ครั้งที่ 4 วงเงิน 5,547.34 ล้านบาท ให้กับ 2 กระทรวง 19 โครงการ ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) 5 โครงการวงเงิน 2,254.96 ล้านบาท และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 14 โครงการวงเงิน 3,292.38 ล้านบาท และในขณะนี้ยังเหลืองบประมาณบิ๊กร็อกอีกประมาณ 800 ล้านบาท ให้หน่วยงานที่มีความพร้อมเสนอโครงการของบประมาณเข้ามา ภายในเดือน มี.ค.นี้
          สำหรับ 5 โครงการของกระทรวงดีอีประกอบด้วย 1.โครงการขยายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตวงเงิน 598 ล้านบาท โดยจะขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และปรับปรุงโครงข่ายอินเตอร์เน็ตที่เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยไฟเบอร์ออฟติกไปยังโรงเรียนที่ยังไม่มีโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกไม่น้อยกว่า 3,196 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสุขศาลาพระราชทาน 812 แห่ง
          2.โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 788 ล้านบาท 3.โครงการพัฒนาสภาพแวดล้อม และส่งเสริมการเติบโตของดิจิทัลสตาร์ตอัพ 414 ล้านบาท 4.โครงการ Coding Nation วงเงิน 236 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาแพลต-ฟอร์มออนไลน์ระดับประเทศ ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนากำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล และ 5.โครงการจัดตั้งสถาบันไอโอทีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลแห่งอนาคตวงเงิน 217 ล้านบาท
          ส่วนโครงการของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 14 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยระยะที่ 2 วงเงิน 112 ล้านบาท 2.การพัฒนา Tech-based Startups ด้วยอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและเครือข่าย 134 ล้านบาท 3.โครงการต้นแบบนวัตกรรมอาหารครบวงจร 169 ล้านบาท 4.โครงการสื่อการสอนโปรแกรมมิ่งในโรงเรียน 141 ล้านบาท 5.โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรมเพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรรมแก่เด็กและเยาวชนไทย 189 ล้านบาท 6.โครงการธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ เพื่ออนุรักษ์วิจัยและใช้ประโยชน์ 760 ล้านบาท
          7.โครงการนวัตกรรมเทคโนโลยีก้าวหน้าเพื่อการผลิตสมุนไพร 177 ล้าน บาท 8.โครงการขยายผลงานวิจัย Dentii Scan เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย 547 ล้านบาท 9.โครงการ1ตำบล1นวัตกรรมเกษตร 88 ล้านบาท 10.โครงการยกระดับโอทอปใน 10 จังหวัดที่ยากจนที่สุดในประเทศ 439 ล้านบาท 11.โครงการมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2561 ระดับภูมิภาค  292 ล้านบาท 12.โครงการคาราวานวิทยาศาสตร์ขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สายอาชีพ 47 ล้านบาท 13.โครงการจัตุรัสวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 3 ภูมิภาค 102 ล้านบาท 14.งานแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์สิ่งประดิษฐ์ 50 ล้านบาท
          นอกจากนี้ ครม.ยังได้อนุมัติงบประมาณวงเงิน 800 ล้านบาท จากโครงการเงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ (แซล) สำหรับสนับสนุนแผนการยกระดับการบริการภาครัฐ ระยะที่ 2 ตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558ใน 3 โครงการ คือ 1.การพัฒนาระบบการประเมินความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐวงเงิน 250 ล้านบาท เป็นการสร้างแพลตฟอร์มในการเก็บรวบรวมความคิดเห็นและความพึงพอใจของประชาชน ต่อการบริการที่ได้รับจากภาครัฐเพื่อจะได้นำไปวิเคราะห์ และปรับปรุงการให้บริการของแต่ละหน่วยงานต่อไป 2.การพัฒนาระบบติดตามการให้บริการ(Tracking System)วงเงิน 400 ล้านบาท โครงการนี้จะทำให้ประชาชนสามารถติดตามได้ว่าสิ่งที่ได้ขอรับบริการจากหน่วยงานไว้กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใดแล้วสามารถติดตามผ่านทางออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเดินทางไปสอบถามที่หน่วยงาน
          3.การพัฒนาระบบการจองคิวกลาง (Queue Online) วงเงิน 150 ล้านบาท ทำให้ประชาชนสามารถยื่นจองคิวผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยังจุดที่ให้บริการโดยให้ยกเลิกการดำเนินโครงการไทยแลนด์เกตเวย์ ที่ก่อนหน้านี้จะใช้เงินกู้แซล จำนวน 1,102 ล้านบาท ดังนั้นจะมีเงินกู้แซลเหลืออีก 302 ล้านบาท ส่วนนี้ให้ส่งคืนคลังไปถือว่า ปิดโครงการเงินกู้แซลก้อนสุดท้ายหลังจากที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2540.