กสทช.เตือนเร่งปรับตัวก้าวสู่ยุค5Gมองหาพันธมิตรธุรกิจสร้างสรรค์บริการใหม่ๆ

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)กล่าวว่า อย่างที่ทราบ 5G จะมีความเร็วสูงระดับกิกะบิตซึ่งเร็วกว่า 4G หลายสิบเท่าตัวแต่คุณสมบัติที่สร้างความแตกต่างอีก 2 ประการ คือความหน่วงในการรับส่งข้อมูลต่ำมากในระดับหนึ่งส่วนพันวินาที ทำให้ประยุกต์ใช้กับการควบคุมทางไกลได้ฉับไว เช่น การกู้ภัย การควบคุมเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ หรือแม้แต่การแพทย์ทางไกล อีกคุณสมบัติหนึ่งก็คือการรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อได้นับล้านๆ ชิ้นต่อตารางกิโลเมตร จึงสามารถรองรับยุค IoT (Internet of Things) ที่อุปกรณ์ของใช้ของมนุษย์ล้วนเชื่อมต่ออินเตอร์เนต 5G จึงเป็นตัวพลิกโฉมอุตสาหกรรมการสื่อสารซึ่งเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว
          ขณะที่บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ประเทศญี่ปุ่น (NTT DOCOMO) ได้มีการปรับตัวล่วงหน้าโดยผสานธุรกิจ Smart Life ต่างๆ เข้ามาในบริการ เช่น ให้บริการเนื้อหารายการหรือการถ่ายทอดสด การให้บริการทางการเงินหรือการชำระเงิน การให้บริการเชื่อมต่อ IoT กับลูกค้าองค์กร การให้บริการสนับสนุนข้อมูลสุขภาพการให้บริการอุปกรณ์โทรคมนาคม เป็นต้น และรายได้จาก Smart Life Domainนี้ มีทิศทางเพิ่มขึ้นทำให้รายได้รวมของบริษัทพลิกกลับเป็นขาขึ้นได้
          การให้บริการในยุค 5G ต้องมุ่งไป ที่การสร้างพันธมิตร สร้างความร่วมมือกับธุรกิจอื่นๆ หรือแม้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ solution ใหม่ๆ สำหรับธุรกิจและสังคม รูปแบบ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็น B2C (Business to Customer) หรือ B2B (Business to Business) เป็นB2B2C หรือแม้แต่ B2B2G (Government) เป็นต้น ในปัจจุบัน NTT DOCOMO มีพันธมิตรแล้ว 394 องค์กร และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ
          ขณะที่ประเทศไทยต้องเตรียมตัวเพื่อรองรับการก้าวสู่ยุค 5G ไม่ว่าจะในด้านการลงทุนโครงข่ายและอุปกรณ์ใหม่การเตรียมคลื่นความถี่ให้เพียงพอต่อบริการ ไม่ว่าจะเป็นย่านความถี่ต่ำ ย่านความถี่กลาง และย่านความถี่สูง ที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่เกี่ยวระบบนิเวศของการให้บริการ ที่ต้องผสมผสานบริการอย่างกว้างขวางเพื่อให้ระบบการสื่อสารของเราตอบสนองทุกมิติชีวิตของผู้ใช้งาน และสังคมสามารถใช้ประโยชน์จาก 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพ