ไทยเนื้อหอมอังกฤษ-ฝรั่งเศสรุมตอม

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังหารือกับนายฌองบาติสต์ เลอมวน รมช.กิจการยุโรปและการต่างประเทศ สาธารณรัฐฝรั่งเศสว่า ทางฝรั่งเศส ในฐานะที่เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในสหภาพยุโรป (อียู) ต้องการให้ทำข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยกับอียูอีกครั้ง หลังยุติไป โดยทางฝรั่งเศส แจ้งว่า ฝรั่งเศสสนใจเข้ามาลงทุนในโครงการอีอีซี ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเช่น โครงการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก โครงการเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน
          พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายบอริส จอห์นสัน รมว.ต่างประเทศสหราชอาณาจักร ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีว่า นายกฯเชิญชวนให้นักลงทุนชาวอังกฤษมาลงทุนในไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านต่างๆ อาทิ ร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานอากาศ ร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมมือด้านการศึกษา และการท่องเที่ยว ขณะที่นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้หยิบยกประเด็นที่ต้องการให้มีความร่วมมือ ได้แก่ ด้านไซเบอร์ ด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ด้านสตาร์ทัพ และด้านดาต้า โปรเจกชั่น ซึ่งนายบอริสจอห์นสันกล่าวว่า จะแจ้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับไทย รวมทั้งชื่นชมไทยที่ได้รับการปรับสถานะเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 26
          ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยภายหลัง รมว.ต่างประเทศสหราชอาณาจักรและคณะเข้าพบที่กรมศุลกากร เพื่อหารือกรณีเกี่ยวกับการปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าว่า กรมศุลกากรยืนยันว่า จะให้ความสำคัญและมีนโยบายเข้มงวดกวดขันของต้องห้ามต้องกำจัด โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild  Fauna and Flora หรือเรียกโดยย่อว่า ไซเตส:CITES) เพราะปัจจุบันการลักลอบค้าสัตว์ป่าในประเทศไทยมีหลายกลุ่มทั้งที่อยู่ในไทยและในต่างประเทศโดยใช้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านลักลอบสินค้าผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง โดยกลุ่มเหล่านี้จะใช้คนท้องถิ่นในประเทศอาเซียนเป็นผู้ขนส่งเพื่อให้กลมกลืนกับผู้โดยสารทั่วไปและลักลอบสินค้าที่ผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง.