3 กระทรวง ร่วมหนุนใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สร้างE-Commerce ชุมชน

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดติดตั้งระบบงานร้านค้าปลีก (Point Of Sale : POS) ณ ที่ทำการไปรษณีย์อนุญาตเอกชนขลุง 105 ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี กระทรวงฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครง การร้านค้าดิจิทัลชุมชนด้าน E-Com merce เพื่อเป็นการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากการติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในโครงการ "เน็ตประชารัฐ" เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนผ่านการขายสินค้าและบริการท้องถิ่นในรูปแบบออนไลน์เข้ามาติดตั้งให้ ประชาชนสามารถทำเองได้ ซึ่งใช้เวลาเรียนรู้เพียง 2-3 วันเท่านั้น โดยกระทรวงดิจิทัลฯ จะเป็นผู้แนะนำและสอนวิธีการใช้งานนำข้อมูลและภาพขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ เพื่อผลักดันสินค้าและบริการในพื้นที่ที่มีคุณภาพ เช่น สินค้า OTOP และโฮมสเตย์ เป็นต้น
          ทั้งนี้ การดำเนินการร้านค้าปลีก (Point Of Sale : POS) ของไปรษณีย์ขลุง ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่จะมีการขยายผลไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งแรงขับเคลื่อนหลักสำคัญ คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ โดยมีวิธีการรับซื้อ (Order) ขายสินค้าและบริการต่างๆ ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งในหลายพื้นที่ที่มีการดำเนินการไปแล้วนั้นได้รับผลตอบรับที่ดีมาก
          สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ การสร้างงานในชุมชนในรูปแบบการกระจายสินค้า เยาวชนอยู่ติดพื้นที่ ครอบครัวมีความอบอุ่น หมู่บ้านเข้มแข็ง ทำให้ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งไปรษณีย์ขลุงเป็นจุดติดตั้งจุดที่ 71 ของประเทศ โดยในปี 2561 กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าหมายการติดตั้งระบบ POS นี้ จำนวน 10,000 แห่งทั่วประเทศ
          ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการ ที่เป็นรูปธรรมของการจัดทำระบบ E-Commerce ชุมชน ที่กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ริเริ่ม โดยใช้กลไกของไปรษณีย์ไทยเป็นหลัก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ร่วมกับสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 20,000 แห่ง และจะมีเพิ่มอีก 20,000 แห่ง ทั่วประเทศ โดยร้านค้าดังกล่าวสามารถนำแพลตฟอร์มนี้ ผลักดันไปสู่ E-Com merce ชุมชนในอนาคต สามารถทำร้านค้า "โชห่วยไฮบริด" ให้เกิดขึ้นจริง ขณะที่ นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกระทรวงอุตฯ สามารถทำให้สินค้าวิสาหกิจชุมชนมีตราสัญลักษณ์ที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยเป็นการเปิดโอกาสการเชื่อมโยงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิต และระหว่างผู้ผลิตกับผู้ผลิต หลังจากที่กระทรวงดีอี และกระทรวงอุตฯ ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การตอบคำถามให้กับผู้บริโภค การออกแบบหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค สร้างมาตรฐานให้กับตัวสินค้า ส่งผลให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า มีความปลอดภัยในการใช้สินค้า และมาตรฐานที่เรียกว่า "มอก. S" ซึ่งถือเป็นความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน.