จับตา "คลาวด์-โมบาย"พลิกเกมยืนยันตัวตนดิจิทัล

กรุงเทพธุรกิจ ข้อมูลโดย "เอชไอดี โกลบอล (HID Global)" ผู้ให้บริการโซลูชั่นการระบุและยืนยันตัวตน (Trusted identity solution) ระบุว่า เทรนด์หลักของ เทคโนโลยีการยืนยันตัวตนในปี 2561 ธุรกิจจะให้ความสำคัญกับการใช้ระบบคลาวด์และการเข้าถึงเครือข่ายการสื่อสารผ่านมือถือ ที่เพิ่มมากขึ้น
          รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ (ไอโอที) ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) เป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์หลักๆ ที่จะเป็นหัวใจของการพัฒนาประสบการณ์ ในโลกแห่งการเชื่อมต่อที่ชาญฉลาดและสื่อสาร
          ซามูเอล อาซาร์โนช รองประธานอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการพัฒนาธุรกิจของเอชไอดี โกลบอลกล่าวว่า ในปีนี้ ระบบการระบุและยืนยันตัวตนที่แม่นยำจะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับองค์กรในการ สร้างสรรค์และเตรียมสภาพแวดล้อม รองรับการติดต่อสื่อสารกับผู้คน สถานที่และสิ่งต่างๆ
          ทั้งนี้ ประสบการณ์ผู้ใช้จะถูกนิยามใหม่จากขีดความสามารถในการควบคุมประสิทธิภาพของเทคโนโลยีมือถือ ไอโอที และคลาวด์ และส่งมอบขีดความสามารถใหม่ๆ ในอนาคต
          เพิ่มโฟกัสคลาวด์
          เอชไอดี โกลบอล ได้ประเมินเทรนด์หลักในปีนี้ซึ่งจะช่วยให้องค์กรต่างๆ จะได้รับประโยชน์จากระบบยืนยันตัวตนประกอบด้วย องค์กรต่างๆ ได้รับประโยชน์จาก คลาวด์มากขึ้น
          โดยจากนี้ การรับรู้และเข้าใจต่อระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นความง่ายในการใช้งาน ความยืดหยุ่น ตัวเลือกการเชื่อมต่อ และประโยชน์ด้านผลิตภาพจะทำให้เกิดการยอมรับมากขึ้น แพลตฟอร์มระบบควบคุมการเข้าถึงคลาวด์ด้วยเอพีไอ (APIs) และ เอสดีเค SDKs จะเป็นตัวขับเคลื่อนซอฟต์แวร์โซลูชั่นใหม่ๆ ที่จะเพิ่มทางเลือกให้ องค์กรต่างๆ ให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน
          การออกบัตรผ่านระบบคลาวด์จะดึงดูดลูกค้าเนื่องจากความง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงโครงสร้างด้านความปลอดภัยและ ค่าใช้จ่าย ขณะภาครัฐกำลังพิจารณาว่าสามารถใช้บัตรยืนยันตัวตนของพลเมืองผ่านระบบคลาวด์ได้หรือไม่
          นอกจากนี้ จากนี้การยืนยันตัวตนและการจัดการข้อมูลประจำตัวผ่านคลาวด์ จะเชื่อมกับโทรศัพท์มือถือ บัตรและชิปแบบต่างๆ ตลอดจนระบบประเภทแมชชีนทูแมชชีนมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (digital certificate) ใน ไอโอทีจะใช้ประโยชน์จากบริการยืนยัน ตัวตนบนคลาวด์เพื่อจัดส่งและจัดการ ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์ สื่อสารจำนวนมหาศาล
          คุมเข้มไอโอทีซิเคียวริตี้
          ซามูเอล ชี้ว่าปีนี้ อุปกรณ์สื่อสารและสภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นจะเพิ่มความสำคัญแก่การรักษาความปลอดภัยของไอโอที ใบรับรองดิจิทัลจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มความเชื่อถือให้แก่ไอโอที โดยการสร้างรหัสประจำตัวดิจิทัลที่ไม่ซ้ำกันให้กับเครื่องพิมพ์และเครื่องเข้ารหัส โทรศัพท์มือถือ แทบเล็ต กล้องวีดิโอ และระบบอัตโนมัติในอาคาร รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น รถและอุปกรณ์ทางการแพทย์
          อย่างไรก็ดี "read"ในระบบปฏิบัติการ แอ๊ปเปิ้ลไอโอเอส 11 ที่รองรับเทคโนโลยีเอ็นเอฟซีจะช่วยกระตุ้นการใช้ระบบต่างๆ บนไอโอที เช่นการปกป้องแบรนด์ กลยุทธ์สร้างความภักดีของลูกค้า และกรณีอื่นๆ ที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัย
          พร้อมกันนี้ จะได้เห็น การเข้าถึง เครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นตัวจุดกระแสการใช้งานในตลาดแมส จากปี 2560 ซึ่งเป็น ปีที่การเข้าถึงโทรศัพท์มือถือสูงสุดเป็นประวัติการ ปี 2561 เทรนด์นี้จะดำเนินการต่อไป ด้วยการเติบโตของโซลูชั่นสำหรับมือถือและการรวมเข้ากับระบบอื่นๆ ตลอดจนความสามารถของมือถือในการเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และให้ความปลอดภัยที่สูงขึ้น จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของการใช้โทรศัพท์มือถือและการนำไปใช้งานจนกลายเป็นเทคโนโลยีกระแสหลัก
          ขณะนี้องค์กรต่างๆ กำลังลงทุนพัฒนาระบบอ่านข้อมูล (reader) และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่รองรับเอ็นเอฟซีและบีแอลอี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ ในอนาคตแล้ว
          อีกขั้นการวิเคราะห์ข้อมูล
          อีกเทรนด์ที่น่าสนใจ การบรรจบกันระหว่างความปลอดภัยทางดิจิทัลและกายภาพ คอนเซ็ปท์ของการจัดการการเข้าถึงและการระบุตัวตนทางกายภาพ (PIAM) จะช่วยสนับสนุนความปลอดภัยทางดิจิทัลและกายภาพให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างตัวตนศูนย์กลางแก่กรณีต่างๆ รัฐบาล ภาคการเงิน ภาคพลังงาน และตลาดที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการตามกฎหมายจะกลายเป็นผู้บุกเบิกการใช้โซลูชั่นเหล่านี้เพื่อเข้าถึงอาคาร อีเมล์ เว็บไซต์ และวีพีเอ็น (VPN) อย่างปลอดภัย
          เขากล่าวว่า โมเดลใหม่ในการรวม ข้อมูลประจำตัวเป็นรหัสเดียวกัน ซึ่งใช้ระบบตรวจสอบความถูกต้องบนคลาวด์และอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น ความสามารถในการตรวจสอบสถานะของบุคคลว่าอยู่ในสถานที่นั้นๆ หรือไม่ รหัสประจำโทรศัพท์มือถือที่ใช้ยืนยันบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงได้ และบัตรสมาร์ทการ์ดที่ตรวจสอบสิทธิผู้ใช้กับทรัพยากรขององค์กร
          ที่ไม่อาจมองข้าม ดาต้า อนาไลติกส์ จะช่วยขับเคลื่อนการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกบนฐานความ เสี่ยงเพื่อกำหนดรูปแบบการ คาดการณ์และสร้างขีดความ สามารถใหม่ๆ
          ต่อไป อุปกรณ์ ระบบควบคุม การเข้าถึงแอพพลิเคชั่นไอโอที และโซลูชั่นอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบ คลาวด์จะให้ข้อมูลที่แม่นยำสำหรับการวิเคราะห์ขั้นสูง ข้อมูลเชิงลึกจากการวิเคราะห์เหล่านี้สามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโซลูชั่นบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์และให้การเข้าถึง ที่ราบรื่นยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ปลายทาง
          นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบคาดการณ์และไบโอเมตริกส์ (biometrics) จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยแบบ ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (people-centric security) และตอบสนองความต้องการของพนักงานในเรื่องเกี่ยวกับ สถานที่ทำงานเพื่อส่งมอบบริการระดับพรีเมียมและสอดคล้องกับผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้น
          ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ข้อมูลยังช่วยลดดาวน์ไทม์ในองค์กร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบ อัตโนมัติในโรงงาน และเอื้อต่อการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานต่างๆ ให้มากขึ้น ผ่านการตรวจติดตามสภาพที่อิงกับตำแหน่งที่ตั้งแบบเรียลไทม์และโซลูชั่นการตรวจจับความเคลื่อนไหวต่างๆ
          ดาต้าอนาไลติกส์ จะช่วยขับเคลื่อนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกบนฐานความเสี่ยง เพื่อกำหนดรูปแบบการคาดการณ์และสร้างขีดความสามารถใหม่ๆ