"ยูทูบ"คุมเข้มเนื้อหาหนุนรัฐติดป้ายแหล่งที่มาวีดิโอ

 กรุงเทพธุรกิจ ยูทูบประกาศแผน การเปลี่ยนแปลง ที่จะให้รายละเอียดแก่ ผู้ใช้งานมากขึ้น สำหรับคลิปวีดิโอที่ส่งเสริมทฤษฎีสมคบคิด หรือเป็นคอนเทนท์จาก ภาครัฐ  การเคลื่อนไหวที่ถือเป็นความ พยายามล่าสุดของยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตรายนี้ ในการสะสางแพลตฟอร์มของตัวเอง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงบทบาทของบริษัท ในการแพร่กระจายข้อมูลผิดๆ
          ผู้ให้บริการเว็บไซต์แบ่งปันคลิปวีดิโอ ยอดนิยมรายนี้ ระบุว่า บริษัทจะติดป้ายคลิปวีดิโอทุกคลิป ที่มาจากแหล่งที่ถูก ระบุว่า เป็นผู้แพร่ภาพกระจายเสียง ที่ได้รับ เงินสนับสนุนจากทางการ ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการสำคัญอย่างหนึ่ง หลังจากยูทูบ ถูกระบุว่าเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลหลัก ของอาร์ที องค์กรสื่อของรัฐบาลรัสเซีย ที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐ เรียกขานว่าเป็นช่องทางโฆษณาชวนเชื่อระหว่างประเทศให้กับรัฐบาลรัสเซีย
          นีล โมฮัน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของยูทูบ เปิดเผยด้วยว่า บริษัทกำลังพิจารณาถึงการเผยแพร่คลิป วีดิโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ควบคู่ไปกับคลิปวีดิโอเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ อาทิ เรื่องส่งยานอวกาศไปยังดวงจันทร์เป็นเรื่องหลอกลวง อันเป็นเนื้อหาที่มีการเผยแพร่บนยูทูบมานานแล้ว
          อย่างไรก็ดี บริษัทระบุว่า แนวคิดดังกล่าว ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเท่านั้น  จึงยังไม่ชัดเจนว่า จะสามารถใช้มาตรการเหล่านี้ได้เมื่อใด และยังบอกไม่ได้ว่า บริษัทจะมีวิธีการคัดเลือกคลิปวีดิโอที่มีเนื้อหา เข้าข่ายทฤษฎีสมคบคิดอย่างไร
          ที่ผ่านมา ยูทูบพึ่งพาระบบอัลกอริธึมเป็นหลักในการวิเคราะห์ และแนะนำคลิปวีดิโอให้กับผู้ใช้งาน แต่การเลือกคลิปวีดิโอที่มุ่งเจาะจงเฉพาะที่มีเนื้อหาเข้าข่ายทฤษฎีสมคบคิดนั้น มีแนวโน้มว่าจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากเกินไปสำหรับซอฟต์แวร์
          การเคลื่อนไหวของยูทูบ เป็นไปในทิศทางเดียวกับบริษัทแม่อย่าง กูเกิล และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่รายอื่นๆ ที่ใน ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พากันเร่งแก้ไขปัญหา หลังโดนวิจารณ์อย่างหนักจากสภาคองเกรส นักวิชาการ และบุคคลในหลายแวดวง เกี่ยวกับวิธีที่แพลตฟอร์มของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของผู้คน ในสังคม และจากพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า นักแสดงรัสเซียพยายามที่จะเข้า ควบคุมหรือสร้างอิทธิพลต่อผู้มีสิทธิออกเสียง ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2559
          ปีที่แล้ว นักข่าว และนักวิชาการ ยังขุดคุ้ย เกี่ยวกับคอนเทนท์ที่เผยแพร่บนยูทูบ รวมถึง คลิปวีดิโอที่ส่งเสริมการเหยียดผิว และคลิปที่มีเนื้อหารุนแรงอย่างมาก
          นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกรณี ที่ยูทูบลงโฆษณาบนคลิปวีดิโอที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม ส่งผลให้บรรดานักโฆษณาชั้นนำจำนวนมาก พากันถอนการใช้จ่ายออกไปจากเว็บไซต์
          โมฮัน บอกว่า เมื่อปีที่แล้วได้มีคำสั่งให้ ทีมงานของเขาไปพัฒนายูทูบ ให้เป็นสถานที่ ที่จะได้รับข่าวสาร รวมถึงให้มีการเคลื่อนไหว เพื่อเผยแพร่รายชื่อแหล่งข่าว ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทีมงานกูเกิล นิวส์ เป็นผู้จัดทำขึ้นมา
          "หลักการของเราคือการจัดหาข้อมูลให้กับ ผู้ใช้งานมากขึ้น และเปิดทางให้ผู้ใช้งาน ยูทูบได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง" นโยบายการติดป้ายให้กับสื่อของภาครัฐนั้น ยังอาจขยายวงกว้างมากขึ้น ครอบคลุมไปถึงทุกองค์กรข่าวที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาล
          ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ยูทูบยังเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ เพื่อเพิ่มการเปลี่ยนแปลงในระบบค้นหาของเว็บไซต์ ให้แสดงแหล่งข่าวกระแสหลักมากขึ้น รับมือกับความต้องการค้นหาคลิปวีดิโอที่เกี่ยวข้องกับข่าว ความพยายามเพิ่มความโปร่งใส ในเรื่องการนำเสนอข้อมูลมากขึ้นของ ยูทูบ ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ บริษัทแม่ อย่าง กูเกิล กำลังหาทางเพิ่ม จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์แชร์คลิปวีดิโอรายนี้ ด้วยการขยายบริการแอพพลิเคชันวีดิโอ "ยูทูบ โก" ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดเกิดใหม่ ที่ผู้บริโภคมักใช้มือถือราคาถูก และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างจำกัด ให้ครอบคลุมประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้นมากกว่า 115 ประเทศ
          ยูทูบ โก เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่อินเดีย เมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว ก่อนจะขยายบริการไปยังอินโดนีเซีย ไนจีเรีย และประเทศอื่นๆ อีก 13 ประเทศ ซึ่งการเพิ่มขอบเขตให้บริการครั้งนี้ จะทำให้ประชากรราว 60% ของประชากรโลกโดยรวม สามารถเข้าถึงบริการนี้ได้
          ปัจจุบัน ยูทูบ ถือเป็นหนึ่งในบริการต่างๆ ของกูเกิล ที่มีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 1,000 ล้านคน ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่า แอพพลิเคชันนี้ ซึ่งมีการดาวน์โหลดไปแล้วหลายล้านครั้ง จะช่วยดึงดูดผู้ใช้งานยูทูบให้เพิ่มขึ้นมาได้อีก 1,000 ล้านคน
          มีหลายกรณีที่ยูทูบลงโฆษณาบนคลิปวีดิโอที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม ทำให้นักโฆษณาจำนวนมากพากันถอนการใช้จ่ายออกไป
          'หลักการของเราคือการจัดหาข้อมูลให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น และเปิดทางให้ผู้ใช้งานได้ตัดสินใจเอง'