ดีอีได้รับบิ๊กร็อก602ล้านบาท ขยายFTTxเข้าโรงเรียน-รพ.สต.

 ดีอีได้รับอนุมัติงบบิ๊กร็อกจากรัฐบาล 602 ล้านบาท ขยายไฟเบอร์ออปติก เข้าโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และ รพ.สต. กำหนดดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2561
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯได้รับงบประมาณระบบพิเศษเพื่อให้เกิดการปฏิรูปภาคเกษตรและฐานราก หรือที่เรียกว่า “บิ๊กร็อก” ซึ่งเป็นงบประมาณเหลือจ่ายจากปีที่ผ่านมา จำนวน 602 ล้านบาท ใช้ดำเนินโครงการติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญาณสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTx) แก่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ ภายหลังจากการหารือฝ่ายเศรษฐกิจ เกี่ยวกับนโยบายการดำเนินงานในปี 2561 ร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
          ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เป็นผู้ดำเนินการ หรือจะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมประมูลโครงการ เพราะในส่วนของ รพ.สต.กว่า 1,000 แห่งนั้น ทางโรงพยาบาลต้องการให้เปลี่ยนจากระบบดาวเทียมให้เป็นไฟเบอร์ออปติก เนื่องจากระบบการรักษาผ่านไฟเบอร์ออปติกจะเสถียรกว่าดาวเทียม ดังนั้นต้องดูผู้ให้บริการที่มีศักยภาพด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
          “เมื่อเน็ตประชารัฐเสร็จแล้ว ซึ่งตามเป้าหมายเราก็จะนำไฟเบอร์ออปติกเข้าโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และรพ.สต.ให้หมด โดยเราจะตั้งในงบประมาณปี 2562 แต่รองนายกฯ บอกว่ามีงบกระตุ้นเศรษฐกิจเหลือจ่ายปี 2560 หรืองบบิ๊กร็อกเหลืออยู่ ให้มาใช้งบตรงนี้ ซึ่งสรุปแล้วเราก็ของบไปจำนวน 602 ล้านบาท และก็ได้รับงบมาตามจำนวนดังกล่าว และต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2561” นางสาวอัจรินทร์ กล่าว
          สำหรับโครงการสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ ระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย เมื่อเดือน พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา โดยได้อบรมแกนนำ จำนวน 1,000 ราย เสร็จสิ้นไปแล้วนั้น ขณะนี้เตรียมขยายผลสู่ผู้นำชุมชน และขยายผลสู่บุคคลทั่วไป จำนวนกว่า 1 ล้านราย ใน 24,700 หมู่บ้าน
          โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาปลัดกระทรวงดิจิทัลฯได้เข้าหารือร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง เกี่ยวกับการดำเนินการขั้นต่อไป พบว่าโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับ โครงการไทยนิยมของกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งให้ความรู้กับประชาชนด้านต่างๆ โดยดิจิทัลเป็นความรู้แขนงหนึ่ง จึงได้บูรณาการโครงการร่วมกัน ทำให้สามารถขยายผลได้มากขึ้นเป็นจำนวน 80,000 หมู่บ้าน สูงกว่าเป้าหมาย 24,700 หมู่บ้านที่กระทรวงดิจิทัลฯวางไว้ อีกทั้งจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งเร็วกว่ากรอบเวลาที่วางไว้ให้แล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 2561