"7ลูกเทพ" ผ่องให้ 3 ช่อง ได้ข้อสรุปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายสดบอลโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของการลงขันกันของ "7 ลูกเทพ" ทางธุรกิจที่รัฐบาลส่งใบสั่งไปให้แต่ละบริษัทลงขันกันรายละ 200 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกประจำปี 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงกลางเดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้ไป 54 แมตช์ จนกระทั่งสิ้นสุดการชิงชนะเลิศคว้าถ้วยรางวัล FIFA WorldCup 2018 ไปครองในต้นเดือน ก.ค.2561 ซึ่งเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขันคือประเทศรัสเซีย
          ทั้งนี้ 7ลูกเทพ ซึ่งได้แก่ กลุ่มบริษัทในเครือคิงเพาเวอร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF ,บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน)หรือ BTS, บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) บริษัท กัลฟ์อิเลคทริก จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลการลงขันกันรายละ 200 ล้านบาท รวม 7 รายจะเป็นเงินที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดให้แก่ FIFA เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้จัดการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 1,400 ล้านบาท ด้วยกันโดยก่อนหน้านี้กลุ่มธุรกิจจำนวนหนึ่งได้ให้ความเห็นต่อรัฐบาลว่า เนื่องจากปีที่ผ่านมานับเป็นปีแรกที่ไม่มีภาคธุรกิจเอกชนรายใดเลยที่ออกไปประมูลเพื่อให้ได้สิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันในประเทศไทย และประเทศในกลุ่มอินโดจีน
          โดยเหตุเพราะเศรษฐกิจประเทศไทยในภาพรวมได้รับผลกระทบะกระเทือนอย่างหนัก จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนที่วิ่งไปตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เรียกกันว่าดิจิทัลอีโคโนมี
          กรณีดังกล่าว ทำให้ธุรกิจหลายภาคส่วน ตั้งแต่สถาบันการเงินธนาคารพาณิชย์ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจสื่อ ซึ่งแต่เดิมเคยทำหน้าที่เป็นผู้นำในการเข้าร่วมเสนอราคาเพื่อประมูลการถ่ายทอดสดการแข่งขัน เข้ามาให้ประชาชนคนไทยในประเทศได้ชมกันตลอดจนถึงประชาชนของประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด เช่น ลาว กัมพูชา และพม่า เป็นต้น
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอให้รัฐบาลสั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นผู้จัดเก็บรายได้จากการประมูลคลื่นวิทยุคลื่นโทรศัพท์และคลื่นโทรทัศน์ ซึ่งทำให้มีรายได้ต่อเนื่องกันมากกว่าแสนล้านบาท โดยเฉพาะรายได้จากทีวีดิจิทัลที่ได้รับไปมากกว่า 50,000 ล้านบาท ให้ทำหน้าที่เป็นผู้เข้าประมูลการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ แทนภาคธุรกิจเอกชน
          เนื่องเพราะทีวีดิจิทัลแต่ละช่องโดยเฉพาะทีวีช่องหลักๆ 5 ช่องเดิม คือ3 5 7 9และ 11 นั้นปรากฏว่าหลังจากที่สำนักงาน กสทช.เปิดประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ไปมีผลทำให้สถานภาพทางธุรกิจที่เคยแข็งแกร่งของแต่ละช่อง เกิดความสั่นคลอน ขณะที่ผลการดำเนิน งานของทีวีดิจิทัลรายใหม่ๆที่เกิดขึ้นกลับประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก เพราะไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามทิศทางที่ต่างคาดะการณ์ว่าจะมีรายได้จากค่าโฆษณาเกลี่ยเข้าไปในช่องใหม่ๆได้บ้าง ในขณะที่การถาโถมเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้ผู้คนหันไปดูหนังฟังเพลงและเสพข้อมูลข่าวสารทางสมาร์ทโฟนกันหมด แม้แต่การแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆซึ่งเคยเป็นที่นิยมก็สามารถดูได้ทันทีหรือดูย้อน หลังทางสมาร์ทโฟนได้ความพยายามจะเข้าประมูลซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลปีนี้ จึงไม่เกิดขึ้นและเมื่อหันไปดูความพร้อมของทีวีรวมการเฉพาะกิจ ก็จะพบว่าแต่ละช่องกำลังจะล้มหายตายจากไปตามภาคเอกชนหากไม่มีงบประมาณจากภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือ
          "รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลงถ้าทำให้ประชาชนคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่ชอบการแข่งขันฟุตบอลได้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งแข่งที่รัสเซียในเวลาที่ดีมาก คือไม่ดึกเกินไปรัฐบาลก็อาจได้รับคะแนนนิยมกลับขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย ที่สำคัญไม่มีใครสามารถวิพากษ์วิจารณ์ว่ากล่าวรัฐบาลได้ เราก็เลยคุยกันหาคนพอมีกำลังและความสามารถในการหารายได้ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีมาลงขันกันซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมา"
          สำหรับสถานีโทรทัศน์ที่จะได้รับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้มี 3 ช่อง สถานีด้วยกัน ได้แก่ ช่อง TNN 24, อัมรินทร์ทีวี ช่อง 34 และ RS ทีวีช่อง 8 ในกรณีของช่อง 8 RS ซึ่งไม่ได้ลงขันด้วยแต่ได้สิทธิ์ในการถ่ายทอดสดไป ก็เพราะเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เดินทางไปเจรจาและต่อรองกับ FIFA เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ RS เป็นผู้รับผิดชอบที่สำคัญก็คือ ในการประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลยูโรเมื่อ 2 ปี ก่อนค่าย RS ก็ถูกร้องขอจากรัฐบาลให้ทำหน้าที่เป็นผู้เสียสละไปประมูลแต่เมื่อประมูลมาได้แล้วต้องพบอุปสรรคมากมายในการต้องให้ช่องทีวีอื่นๆถ่ายทอดด้วย ทำให้เกิดมีจอดำขึ้น รวมถึงมีปัญหาอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้เป็นการปกป้องธุรกิจของ RS เป็นต้น.
          "7 ธุรกิจลูกเทพ" ได้ข้อสรุปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียโดยให้สิทธิ์ทีวีดิจิทัล 3 ช่องถ่ายทอดได้ และไม่ติดเงื่อนไข กสทช.