"ดีแทค"ป่วน ลดพนักงาน พึ่งเอาต์ซอร์ซ

ปรับองค์กรใหญ่หลังหล่นเบอร์3
          ดีแทคตั้งเป้าลดพนักงานนับพันคนสิ้นปีนี้ ลดค่าใช้จ่าย ปรับรูปแบบใช้วิธีเอาต์ซอร์ซแทน มือดีการตลาด "สิทธิโชค" เตรียมโบกมือลา หลังโดน "ทรูมูฟ เอช" แซงขึ้นเป็นเบอร์ 2
          กำลังมีเสียงร่ำลืออย่างหนักที่อาคารจามจุรีสแควร์ แถวสามย่าน ซึ่งเป็นตึกบัญชาการของค่ายมือถือสีฟ้า ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 1 ใน 3 ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของไทย ที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 23.1 ล้านราย เตรียมปรับลดพนักงานจำนวน 1 พันคนภายในสิ้นปีนี้
          แหล่งข่าวจากดีแทคเปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ฝ่ายบริหารยังไม่พร้อมให้รายละเอียดกรณีดังกล่าว หลังจากแจ้งผลประกอบการไตรมาส 4 แก่ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 30 มกราคม 2561 นี้แล้วจะชี้แจงกับสาธารณชนอีกครั้ง
          กล่าวกันว่าการปลดพนักงานครั้งนี้ เหตุผลหลักคือดีแทคต้องการลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการว่าจ้างใหม่ จากพนักงานประจำ เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบเอาต์ซอร์ซซิ่ง "บางหน่วยงานที่ไม่จำเป็นก็จะยุบเลิกไป" แหล่งข่าวในวงการให้ความเห็น
          ประการสำคัญยังปรากฏมีรายชื่อของนายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด ที่เพิ่งย้ายมาจากบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เมื่อปลายปี 2559 ได้ยื่นใบลาออกด้วย มีผลอย่างเป็นทางการเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งนายสิทธิโชค ตอบคำถาม "ฐานเศรษฐกิจ" เพียงสั้นๆ ว่า ไม่ขอเปิดเผย ขอให้รอดีแทคชี้แจงอย่างเป็นทางการ
          เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ดีแทคมีพนักงานรวมทั้งสิ้นกว่า 6 พันคน และได้ปรับลดพนักงานเป็นระยะจนปัจจุบันเหลือเพียง 3,500 คน และถ้าปรับลดอีกในระลอกสุดท้ายปีนี้ จะมีพนักงานเหลือเพียง 2 พันคนเศษ โดยก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่า ดีแทคจะลดขนาดองค์กรลงให้เหลือพนักงานเพียง 2 พันคน และเปลี่ยนจากจ้างพนักงานประจำไปเป็นเอาต์ซอร์ซ แต่ก็เงียบหายไปกระทั่งปะทุขึ้นมาอีกครั้งตอนนี้
          ปัจจัยหลักที่ดีแทคต้องปรับลดพนักงาน ผลพวงหนึ่งเกิดจากที่เทเลนอร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีแทค ถูกยึดใบอนุญาตคืนจากปัญหาการเมืองในอินเดียเมื่อหลายปีก่อน หลังจากได้เทเงินลงทุนไปกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งนายซิคเว่ ผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์รับว่า เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่
          สำหรับการลงทุนในภูมิภาคเอเชียนั้น เทเลนอร์กระจายลงทุนทั้งหมด 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย บังกลาเทศ ปากีสถาน มาเลเซีย อินเดีย (ถูกยึดใบอนุญาต) และล่าสุดได้ใบอนุญาตมือถือในประเทศเมียนมา เป็นระยะเวลา 15 ปี ลงทุนไปแล้ว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
          ขณะที่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยถึงจุดเปลี่ยนจากระบบสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาต และการเข้าเสนอราคาประมูลคลื่น 3 รอบที่ผ่านมา ดีแทคได้เพียงคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่คู่แข่งอีก 2 รายต่างได้ใบอนุญาตเพิ่ม จนถูกจับตาว่าดีแทคอาจถอนการลงทุนในประเทศไทยไปทุ่มเทตลาดเกิดใหม่มากกว่า
          จากการแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาด ผู้ให้บริการคลื่นมือถือ ดีแทค จากที่มีฐานลูกค้าเป็นอันดับ 2 ถูกทรูมูฟเอช เบียดขึ้นแทนที่ ด้วยจำนวนตัวเลขผู้ใช้บริการ ณ ไตรมาส 3/2560 ที่จำนวน 26.7 ล้านราย
          ขณะที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2560 ของดีแทค ระบุมีรายได้รวม 18,809 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 601 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันอยู่ที่ 658 ล้านบาท ลดลง 8.8% ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการของดีแทคลดลงอีกไตรมาส โดยไตรมาสนี้ลดลง 508,000 เลขหมาย รวมมีผู้ใช้ 23.1 ล้านเลขหมาย ตามแนวโน้มเดิมคือ ผู้ใช้แบบเติมเงินลดลง ขณะที่ผู้ใช้แบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 1.3 แสนเลขหมาย