DTACแจ้งงบไตรมาส4/60วันนี้ คาดกำไรสุทธิ 397 ล้าน โตสนั่น 1,220%

DTAC แจ้งงบไตรมาส 4/60 วันนี้ ลุ้นกำไรพุ่ง 1,220% แตะ 397 ล้านบาท ส่วนปี 60 คาดกำไร 1,970 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากปีก่อน และคาดปี 61 กำไรลดลง 71.9% เหลือ 554 ล้านบาท โบรกฯ แนะนำ “ทยอยซื้อ” เป้า 56 บาท
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ม.ค. 2561) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC จะประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2560 และปี 2560 โดยบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ในไตรมาส 4/2560 DTAC จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,220% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 30 ล้านบาท
          ขณะที่รายได้รวม คาดว่ายังอ่อนแอ จากรายได้ระบบเติมเงิน (Prepaid) มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และการลดอุดหนุนค่าเครื่องมีผลต่อยอดขาย แต่คาด EBITDA จะปรับตัวดีขึ้นมากจากการแข่งขันที่ดูเบาบางลง ทำให้ไม่ต้องสนับสนุนค่าเครื่องและทุ่มงบการตลาดมหาศาล รวมทั้งได้ส่วนหนุนจากการใช้ Digital Technology ดังนั้นคาดว่าผลขาดทุนจากการขายเครื่องจะลดลงจากปีก่อน
          อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/2560 จะลดลง 34% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 601 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วง High Season ของการจำหน่ายมือถือทำให้มีผลขาดทุนค่าเครื่อง และค่าการตลาดจำนวนมาก
          ขณะเดียวกันหาก DTAC ลงนามสัญญากับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ได้ในเวลาที่เหมาะสม มองจะเป็นบวกต่อ DTAC โดยจะลดความตึงเครียดในการประมูลคลื่นรอบหน้า ส่วนกรณี DTAC ต้องเหลือเพียงคลื่น 2100 MHz กับการใช้งานบนคลื่น 2300 MHz และการลงเสาที่ถี่ขึ้น คาดว่าจะเพียงพอต่อปริมาณการใช้งานปัจจุบัน แม้ขณะนี้ร่างสัญญาคู่ค้าได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้ว แต่การเซ็นสัญญายังมีโอกาสล่าช้า เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
          ส่วนกำไรปี 2560 คงไว้ที่ 1,970 ล้านบาท ลดลง 5.5% จากปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,086 ล้านบาท และ         ปี 2561 อยู่ที่ 554 ล้านบาท ลดลง 71.9% จากปี 2560 โดยมีสาเหตุจากการจ่ายค่าเช่าคลื่น 2300 MHz ให้ TOT ปีละ 4,510 ล้านบาท และค่าเสื่อมราคาจากการลงทุนด้านโครงข่าย 3G และ 4G ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามคาดว่ารายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย (IC) จะกลับมาเติบโตจากจำนวนลูกค้า Postpaid ที่เพิ่มขึ้น และจำนวนลูกค้าระบบเติมเงิน (Prepaid) ที่เริ่มทรงตัว
          ทั้งนี้ บริษัทจะได้ผลดีจากการบริหาร SG&A ที่มีประสิทธิภาพ และได้รับอานิสงส์เต็มปีจากค่าธรรมเนียม USO ที่ลดลง รวมทั้งไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และไม่ต้องแบกรับค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์โครงข่ายที่อยู่ภายใต้สัญญากับ CAT หลังสิ้นอายุสัมปทานในเดือน ก.ย. 2561 โดยคาดว่า DTAC จะทำสัญญาเช่าอุปกรณ์กลับ คงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐานปี 2561 ที่ 56 บาท