บทความพิเศษ: ทีวีดิจิทัลกับ "กสทช."

ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร
          นักวิชาการอิสระ

          วันหนึ่ง ในขณะที่กำลังเก้ๆ กังๆ ว่า จะเอา ยังไงดีกับกิ่งไม้ที่หักมาพาดสายไฟ และ สายอะไรต่ออะไรที่พันกันอีรุงตุงนัง ก็มี 2 คน ขี่มอเตอร์ไซด์มาจอดหน้าบ้าน คนหนึ่งถามว่า บ้านพี่เลขที่...ยังไม่ได้รับกล่องทีวีดิจิทัลใช่ไหม
          ถามว่ามีอะไรหรือ เขาบอกว่าเอามาให้ ตอนนี้กล่องทีวีดิจิทัลเหลือมากมาย ถามเขาว่า แล้วรู้ได้อย่างไรว่าที่บ้านยังไม่ได้ เขาบอกว่า ดูในรายการที่ทางสำนักงานให้มา บ้านนี้ยังไม่ได้ บอกเขาว่า ขอบใจ แต่ไม่รับ ที่นี่ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
          เมื่อพวกเขาไปแล้ว ก็นึกถึงเมื่อสมัยที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ประกาศเปลี่ยนระบบทีวีจากอะนาล็อก เป็นดิจิทัล แล้วก็จัดส่งกล่องทีวีดิจิทัลให้ประชาชนทางไปรษณีย์ ปรากฏว่ารอบๆ บ้านเรา ที่รามอินทราได้ทุกบ้าน ยกเว้นบ้านเราบ้านเดียว
          จำได้ว่า โทรศัพท์ไปถามที่ กสทช. ทำไมที่บ้านไม่ได้รับ พนักงานบอกว่าอาจติดค้างที่ไปรษณีย์ หรืออาจตกสำรวจ ให้ไปเช็คที่ไปรษณีย์ใกล้บ้าน พอมีธุระที่ไปรษณีย์ ก็ไปถามปรากฏว่าไม่มีค้างส่ง
          กลับมาถาม กสทช. ว่าที่ไปรษณีย์ ไม่มีนะให้ส่งมาใหม่ได้หรือไม่ จำได้ว่า ปลายสายพูดแบบกระฟัดกระเฟียดว่า ถ้าอย่างนั้นก็ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน แล้วเอาสำเนาบันทึกประจำวันพร้อมทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนมาที่สำนักงาน กสทช. เพื่อทำเรื่องขอกล่องทีวี ไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะกล่องทีวีราคา ห้าหกร้อยบาท ถ้าจะต้องลงทุนขนาดนั้นก็คงสมองนิ่มเกินไป แล้วก็วางสาย
          จนกระทั่งวันนี้
          จริงๆแล้ว ไม่ได้ต้องการกล่องดิจิทัลอะไร เพราะเราใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง  200 Mbpsทุกอย่างเป็นระบบไร้สาย ดูทีวีทั่วโลก ภาพชัดคมแทบบาดตา อยากดูหนังก็เข้า netflix ที่เป็นสมาชิก ดูกันตาแฉะนับไม่ถ้วน กสทช. ยังมีความอ่อนด้อยในอีก หลายๆ เรื่องคณะกรรมการและผู้บริหารกินเงินเดือนหลายแสน แต่หลายเรื่องเกิดปัญหา และยังแก้ไม่ตก แม้ว่าจะเปิดประมูลคลื่นให้บริษัทเอกชนได้เงินเป็นแสนๆ ล้าน แต่ก็ยังมีปัญหา โดยเฉพาะช่องทีวีดิจิทัล ที่กลายเป็นช่องทีวีหนี้สินลันพ้นตัว เป็นเรื่องเป็นราวไม่ส่งค่างวดจนถึงกับมีการฟ้องร้องดำเนินคดี
          งานของ กสทช. เป็นงานบริการสาธารณะ ที่จะให้ระบบสื่อสารเข้าถึงประชาชน ทั่วประเทศ แต่ กสทช. ไม่ได้ทำเอง อาศัยมือ คือ บริษัทเอกชนทำแทน เมื่อบริษัทได้รับสัมปทาน ก็เอาคลื่นไปทำมาหากินขยายเครือข่าย
          เหตุการณ์พลิกผันเมื่อเกิดวิกฤติ รายได้ จากค่าบริการหลายค่ายลดลง เนื่องจากมีการ แข่งขันจากระบบสื่อสารใหม่ๆ คนไม่ต้องดูทีวี ดูมือถือแทน พูดโทรศัพท์ทางเสียงเกือบไม่มีแล้ว และก็ยังใช้พูดทาง Line ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถดู FB Live, YouTube Live และอีกหลายๆ บริการจาก ต่างประเทศ ทำให้คนไม่ใช้โทรศัพท์เหมือนก่อน ค่าบริการลดลง
          เมื่อคนใช้น้อยลง ยอดโฆษณาก็ลดลง ส่วนบริษัทที่ได้รับสัมปทานคลื่นความถี่จากการประมูลก็ถึงกับกระอัก และมีแนวโน้มที่จะยังขาดทุนต่อเนื่องต่อไปในอนาคต เมื่อครั้งที่กลับจากต่างประเทศใหม่ๆ ได้ทำงานกับบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่ ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย ที่มีการร่วมทุนกับต่างประเทศ ประชุม คณะกรรมการบริษัท และฟังผู้บริหารระดับสูง ที่พูดในที่ประชุมหลายครั้งว่า อย่าคิดว่า ธุรกิจจะดีอย่างนี้ตลอดไป เพราะต่อไปโทรศัพท์มือถือจะราคาถูก และในที่สุด ก็จะเหมือนสินค้าโภคภัณฑ์ ที่เกือบจะ ถูกขนาดแจกมือถือ เพียงแต่ขอให้ใช้บริการได้ค่าแอร์ไทม์เท่านั้น
          วัฏจักรสินค้าโทรคมนาคมถูกดิสรัพท์ (Disrupt) อย่างรวดเร็ว จนปัจจุบัน แทบจะเรียกว่าเปลี่ยนกันทุกวัน มือถือใหม่ๆ ออกมาติดๆ กัน บริษัทมือถือรุ่นเก่าสู้ ไม่ไหว ก็ล้มหายตายจากไม่ว่าโนเกีย อีริกสัน โซนี่ และแม้แต่แบล็กเบอรี่ ก็น่าจะไปไม่รอด กสทช
          . เป็นเสือนอนกิน ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย ทำหน้าที่หลักเพียงแต่เปิดประมูลคลื่นหาเงินเข้ารัฐ ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การบริหารจัดการ บุคคลากร ผู้บริหาร และคณะกรรมการ กสทช
          . ก็ไม่ได้รับผิดชอบอะไรมากนัก เพราะไม่มีอะไรให้รับผิดชอบ มีแต่รับ เงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทน เบี้ยประชุม เดินทางไปดูงานประเทศโน้นประเทศนี้ ใช้เงินเป็นว่าเล่น
          ประสิทธิภาพการทำงานของ กสทช. ยังคงเป็นคำถามว่ามีความสามารถแค่ไหน เพราะงานประมูลคลื่นเป็นของตาย เป็นหมูในอวย ไม่ต้องแสดงความสามารถอะไร
          แต่ที่ต้องแสดงความสามารถก็คือการแก้ปัญหาที่ผู้ได้รับประมูลแล้วอยู่ไม่ได้เช่นพวกช่องทีวีดิจิทัลหลายสิบช่อง กสทช. ได้ทำอะไรบ้าง
          ถ้าคิดว่า ไม่ใช่เรื่องของ กสทช. จะตายจะเป็นก็เป็นเรื่องของการตัดสินใจทางธุรกิจ ก็อาจพูดได้ แต่ในวันหนึ่ง ผลกระทบจะ มาถึงประชาชน เมื่อพนักงานลูกจ้างถูกเลิกจ้าง ครอบครัวขาดรายได้ ระบบสื่อสารใหม่ๆ จากต่างประเทศหรือบริการข้ามประเทศ ถูกนำเข้ามาทดแทน คนไทยใช้บริการทั่วโลก โดยไม่ต้องผ่านบริการที่ใช้คลื่นความถี่ของ กสทช. เมื่อถึงวันนั้น กสทช. คงต้องถูกสังคม ถามว่า คุณทำอะไรบ้าง
          หรือจะให้ประชาชนรับเคราะห์ แต่เพียงฝ่ายเดียว