SAMARTปี61ปั้นรายได้2หมื่นล. ชูนโยบาย Operating Company สยายปีกโต

SAMART ประกาศปี 2561 ปรับนโยบายเป็น Operating Company ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 20,000 ล้านบาท หลัง SAMTEL จ่อเซ็นสัญญาใหม่ทั้งปี 15,000-20,000 ล้านบาท หนุนรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท และ SDC เริ่มมีรายได้จากธุรกิจใหม่
          นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทมีนโยบายที่จะเป็น Operating Company ซึ่งดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง ไม่เป็นเพียงแค่ Holding Company ที่รับเงินปันผลจากบริษัทลูกเท่านั้น เพื่อสร้าง Value สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยจะเปิด SAMART Next Forum เพื่อค้นหาธุรกิจ และพร้อมลงทุนกับกลุ่ม Start up ที่น่าสนใจ
          “เราจะเปลี่ยนจาก Holding Company เป็น Operating Company โดยการหาธุรกิจใส่เข้าไปด้วย เพื่อให้มีรายได้เป็นของตัวเอง ไม่ใช่มีแต่เงินปันผลจากบริษัทลูกเท่านั้น โดยจะค้นหาธุรกิจ และลงทุนกับกลุ่ม Start up ซึ่งเราจะไม่ใช่แค่ Venture Capital แต่เรามี Know-how และ Connection สร้างความสำเร็จไปด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณา 2-3 ธุรกิจ แต่จะไม่ขัดแย้งกับบริษัทลูกอื่นๆ” นายวัฒน์ชัย กล่าว
          ทั้งนี้ แผนการดำเนินงานในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้รวมอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากรายได้ของบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 10,000 ล้านบาท และจะมีการเซ็นสัญญามูลค่ารวมทั้งปีประมาณ 15,000-20,000 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 1/2561 จะมีการเซ็นสัญญาประมาณ 20-30% และตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (recurring incomes) อยู่ที่ 40% และเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2562-2563 จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30%
          ขณะเดียวกัน SAMTEL จะเปิดให้บริการโซลูชั่น Cyber Security Solution ภายใต้ชื่อ บริษัท SAMART SecureInfo เพื่อให้บริการป้องกันความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของข้อมูลระดับสูง คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 2/2561
          สำหรับบริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SDC คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท หลังจากในปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงธุรกิจครั้งใหญ่ โดยในปี 2561 จะรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ ทั้ง Digital Trunked Radio System (DTRS) ที่เซ็นสัญญากับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล ในคลื่นความถี่ย่าน 800 MHz ซึ่งจะมีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องลูกข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล ตั้งเป้าจำหน่ายเครื่องลูกข่ายจำนวน 50,000-100,000 เครื่อง และรายได้จากค่าใช้บริการรายเดือนๆ ละ 800 บาท/เครื่อง แบ่งเป็นรายได้ของ SDC จำนวน 500 บาท/เครื่อง และ CAT จำนวน 300 บาท/เครื่อง รวมทั้งคาดว่าจะติดตั้งโครงข่ายสถานีฐานได้ประมาณ 1,000 แห่ง
          นอกจากนี้ SDC ยังมีรายได้จากธุรกิจ Co-Tower โดยได้รับสัญญาสัมปทานในการติดตั้งเสาโทรคมนาคม ในกรมอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ Mobile Operator เช่าใช้ ภายในระยะเวลา 10 ปี โดยในปีนี้จะติดตั้งเสา Co-Tower ให้ได้ 250-300 ต้น
          สำหรับบริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด ตั้งเป้าหมายมีรายได้อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัท เทด้า จำกัด จะมีการรับรู้รายได้จาก Backlog ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2,000 ล้านบาท และมีโอกาสเพิ่มรายได้จากงบประมาณโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) อีกหลายพันล้านบาท รวมทั้งมีแผนนำ บริษัท สามารถ ทรานส์ โซลูชั่น จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในปีนี้ อีกทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะ 2 โครงการ ในจังหวัดเชียงราย และ แพร่ ขนาดกำลังผลิตโรงละ 8 MW คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงไตรมาส 3-4/2561
          ขณะที่บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ OTO ดำเนินธุรกิจ Contact Center ตั้งเป้าหมายมีรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท และรายได้อีก 2,000 ล้านบาท มาจากบริษัท วิชั่น แอนด์ ซิเคียวริตี้ ซิสเต็ม จำกัด สำหรับสัดส่วนรายได้ในปี 2561 แบ่งเป็นรายได้จาก SAMTEL ประมาณ 50% บริษัท สามารถ ยู-ทรานส์ จำกัด ประมาณ 30% SDC ประมาณ 15% และบริษัทอื่นๆ อีก 5%