TRUEพลิกกำไร5พันล้าน บันทึกขายทรัพย์เข้าDIF ขึ้น "ท็อปพิค" กลุ่มสื่อสาร ซื้อเป้า 8.20 บ.

TRUE มีลุ้นไตรมาส 4/60 พลิกกลับมามีกำไร 5 พันล้านบาท บุ๊ครายการพิเศษขายสินทรัพย์เข้า DIF หนุนงบปี 60 มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไร ฟากโบรกฯเลือกเป็น “ท็อปพิค” หุ้นกลุ่มสื่อสาร เชียร์ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท อัพไซด์บาน 26%
          แหล่งข่าวจากวงการเงิน ประเมินว่า กรณีหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ได้รับแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นระดับพันล้านบาทในช่วงวันที่ 23 ม.ค. 2561 เป็นผลมาจากการเข้ามาเก็งกำไรหุ้นขานรับงบไตรมาส 4/2560 จะมีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ในรอบเกือบ 2 ปี
          สำหรับงวดไตรมาส 4/2560 ทางบริษัทมีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF ในสินทรัพย์ tranch1 ซึ่งประเมินไว้ที่ประมาณ 6,000 ล้านบาท จึงส่งผลให้ TRUE มีแนวโน้มทำกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 4/2560 อยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านบาท
          ดังนั้น จากผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2560 ที่มีกำไรสุทธิ 5,000 ล้านบาท จะช่วยผลักดันให้ภาพรวมงบปี 2560 มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้อีกครั้ง และเติบโตขึ้นจากงวดปี 2559 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 2,814 ล้านบาท จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น TRUE ขานรับปัจจัยบวกของงบไตรมาส 4/2560 ที่พลิกกำไร
          “แรงซื้อเก็งกำไรของหุ้น TRUE ที่มีเข้ามาในช่วงเมื่อวาน เป็นผลมาจากคาดการณ์ว่างบไตรมาส 4/2560 จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ (รายไตรมาส) ในช่วงรอบเกือบ 2 ปี เพราะในไตรมาสนี้จะมีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษขายสินทรัพย์เข้า DIF จึงน่าจะทำให้งบไตรมาส 4/2560 ของ TRUE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้สักประมาณ 5 พันล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว
          ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ล่าสุดได้กำหนดคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TRUE พร้อมกับให้ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท โดยคาดว่า TRUE จะรายงานกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประจำไตรมาส 4/2560 ที่ระดับ 8.8 พันล้านบาท เติบโต 32% จากช่วงปีก่อน แต่จะลดลง 2% จากงวดไตรมาส 3/2560
          สำหรับ EBITDA ไตรมาส 4/2560 ที่เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน เป็นผลจากรายได้บริการที่ปรับสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายการตลาดปรับลดลง โดยประเมินรายได้บริการที่ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (IC) จะโตขึ้น 6% จากช่วงปีก่อน เนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ที่โตขึ้น
          โดยเป็นผลมาจากการแข่งขันที่ปรับตัวลดลง แต่อย่างไรก็ตาม EBITDA งวดไตรมาส 4/2560 จะลดลงเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 3/2560 ซึ่งมาจากคาดการณ์รายได้และค่าใช้จ่ายการตลาดที่มีระดับทรงตัว ทั้งนี้ เป็นผลมาจากปัจจัยตามฤดูกาล และการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่
          ด้านสัมปทานของบริษัทกับ TOT สำหรับการดำเนินงานกิจการ fixed-line นั้นหมดอายุลงในเดือน ต.ค. 2560 จึงประเมิน TRUE จะสูญเสียรายได้จำนวน 423 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2560 อย่างไรก็ตาม คาดผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมีต่อกำไรระดับปานกลาง เพราะที่ผ่านมากิจการ fixed-line เป็นหน่วยธุรกิจที่สร้างผลขาดทุน
          ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ขณะนี้ได้ให้น้ำหนักกลุ่มหุ้นสื่อสารโทรคมนาคมระดับ "Overweight" พร้อมกับเลือกหุ้น TRUE เป็น Top Pick กลุ่ม โดยจากความยืดหยุ่นที่มากขึ้นในการประมูลคลื่นจะเป็นข้อดีต่อผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทุกราย อย่างไรก็ตาม จากความล่าช้าของการประมูลเครือข่าย 900MHz น่าจะส่งผลดีต่อทาง TRUE มากที่สุด
          ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TRUE เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2561 ได้ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 6.45 บาท ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาปิดก่อนหน้าที่ระดับ 6.35 บาท โดยทำราคาสูงสุดของวันที่ 6.55 บาท ต่ำสุดของวันที่ 6.45 บาท และปิดการซื้อขายที่ระดับ 6.50 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.36% เมื่อเทียบราคาปิดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายรวมทั้งสิ้น 1,133 ล้านบาท ดังนั้น จากฐานราคาปิดที่ 6.50 บาท เท่ากับมีอัพไซด์ 26%