"คอมเซเว่น"ทุ่ม380ล.ลุยค้าปลีกไอที

เร่งขยายสาขา ตั้งเป้ารายได้รวมโต 15%
          กรุงเทพธุรกิจ "คอมเซเว่น" โหมหนัก ตลาดค้าปลีกไอทีไทย เทงบลงทุน 380 ล้านบาทขยายสาขาทั่วไทยกว่า 600 แห่ง ชูสมาร์ทโฟน-สินค้าแบรนด์ แอ๊ปเปิ้ลตัวจักรทำเงิน พร้อมปูทางขายบนช่องทางออนไลน์ เพิ่มโฟกัสธุรกิจองค์กร ตั้งเป้าปี 2561 รายได้-กำไรทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง
          นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกไอทีรายใหญ่ในนามบานาน่า, สตูดิโอ7, บีเคเค และ ไอแคร์ กล่าวว่า ปี 2561 วางงบลงทุนไว้ ที่ 380 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ ขยายสาขาจำนวน 220 ล้านบาท ส่วน ที่เหลือใช้ปรับปรุงร้านสาขาเดิมประมาณ 60 ล้านบาท
          สำหรับกิจกรรมทางการตลาด 50 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจระบบไอทีองค์กรโนวัส อินทิเกรชั่น 20 ล้านบาท ธุรกิจออนไลน์ 20 ล้านบาท และธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้ชื่อบานาน่าสโตร์ดอทคอม (Banana Store.com) อีก 10 ล้านบาท
          ทั้งนี้ จากสิ้นปี 2560 บริษัทมีจำนวนสาขาทั้งหมด 434 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ จะขยายไปที่มากกว่า 600 สาขา แบ่งเป็นสาขาภายใต้การบริหารของบริษัทรวมกันกว่า 500 สาขา และจากธุรกิจแฟรนไชส์อีก 100 สาขา
          สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์จะใช้แบรนด์ บานาน่าชอปปิง (Banana Shopping) เพื่อเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอี จากที่ได้เริ่มต้นไปเมื่อไตรมาสที่ 4 ปี 2560 ปัจจุบันมีผู้ตอบรับเข้ามาแล้ว 80 ร้านค้า มั่นใจว่าโมเดลนี้จะได้รับการตอบรับ ที่ดีจากผู้ค้า จากการสนับสนุนด้านผลิตภัณฑ์ ราคาที่แข่งขันได้ดีกว่า บริการหลังการขายมาตรฐานเดียวกัน และบริษัทได้ให้ส่วนแบ่งรายได้กับผู้ค้าที่ประมาณ 2%
          เขากล่าวว่า ภาพรวมยอดขายสินค้าไอที สมาร์ทโฟน และสินค้าแบรนด์ แอ๊ปเปิ้ลมีการเติบโตที่ดี จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ออกมากระตุ้นตลาดอย่าง ต่อเนื่อง ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนเรือธง แบรนด์ดังทั้งไอโฟน ซัมซุง หัวเว่ย มีราคาเฉลี่ยต่อเครื่องที่สูง ขณะที่แบรนด์อื่นๆ เช่นออปโป้และวีโว่เข้ามาเจาะตลาดในประเทศไทยมากขึ้น
          นอกจากนี้ บริษัทเป็นพันธมิตรหลักกับบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และพันธมิตรรายอื่นๆ เพื่อทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายและการตลาด ทำให้ในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตของสินค้าทุกกลุ่มธุรกิจ และมั่นใจว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปีนี้
          "ภาพรวมธุรกิจขายโทรศัพท์เคลื่อนที่พ่วงกับซิมและแพ็คเกจจากค่ายมือถือเป็นธุรกิจที่ได้รับส่วนแบ่งกำไรที่ดี สิ้นปี 2560 เราทำได้ที่ 1.8 แสนเลขหมาย ส่วนปีนี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 2 แสนเลขหมาย"
          บริษัทตั้งเป้าไว้ว่า ผลประกอบการโดยรวมในปี 2561 จะเติบโตอีก 15 % จากปีก่อน พร้อมทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง ทั้งรายได้และกำไร ปัจจัยจากกลยุทธ์ เพิ่มไลน์สินค้าและบริการให้ครบวงจร การเพิ่มช่องทางจำหน่ายออนไลน์ และเชื่อว่าการมีสาขาที่ครอบคลุมเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญ
          ด้านสัดส่วนรายได้โดยเฉลี่ยที่ผ่านมา มาจากกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งไอโฟนและสมาร์ทโฟนรวมกันอยู่ที่ประมาณ 49% ของยอดขายทั้งหมด รองลงมาคือ กลุ่มพีซี 20% อุปกรณ์เสริม 16% แทบเล็ต 12% และอื่นๆ
          อย่างไรก็ดี เฉพาะยอดขายสมาร์ทโฟนปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 5 พันล้านบาท ยอดขายจากออนไลน์ไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท ส่วนบริษัทในเครือ บริษัท โนวัส อินทิเกรชั่น จำกัด (NOVUS INTEGRATION) ซึ่งขณะนี้ มีความพร้อมรุกขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคอมเมอร์เชียลและการศึกษาผ่านแบรนด์ บานาน่าบิซิเนส ตั้งเป้ารายได้โตก้าวกระโดดไว้ที่ 900 ล้านบาท แบ่งเป็นคอมเมอร์เชียล 400 ล้านบาท การศึกษา 500 ล้านบาท
          ปัจจุบัน ร้านค้าในเครือแบ่งเป็นบานาน่า 177 สาขา ซัมซุงช็อป 10 สาขา ออปโป้ 11 สาขา หัวเว่ยและวีโว่ 2 สาขา สตูดิโอ 7 จำนวน 90 สาขา ยูสโตร์ 8 สาขา บีเคเค 40 สาขา และร้านกล้องชอตโปร(Shot Pro) 2 สาขา
          ขณะที่บริการหลังการขายผ่านร้าน ไอแคร์ (iCare) มีจำนวนทั้งหมด 26 สาขา สิทธิ์บริหารทรูช้อป จำนวน 68 สาขา ทั้งได้เข้าไปบริหารพื้นที่ไอทีในเทสโก้ โลตัส และมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไอทีในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมต่อเนื่อง นับเป็นผู้ค้าปลีกไอทีที่มีสาขามากที่สุด ในประเทศไทย
          พนักงานกลุ่มมิลเลนเนียลจะมีสัดส่วน เกือบครึ่งของจำนวนพนักงานทั้งหมดในอีก 2 ปีข้างหน้า
          ไอดีซี