"กสทช."คาดเน็ตครบทุกพื้นที่มิ.ย.นี้

เร่งขยายบรอดแบนด์ ลดความเหลื่อมล้ำ
          กรุงเทพธุรกิจ "กสทช." คาดเน็ต ความเร็วสูงครบทุกพื้นที่ในไทยได้ตั้งแต่มิ.ย.นี้ หลังระดมขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ครบทุกหมู่บ้านตามที่รับผิดชอบจากกระทรวงดีอี เผยนโยบายให้ใช้เน็ตฟรีในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย จะช่วยให้ทุกคนเข้าถึงไอทีได้เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง เร่งจัดสรรคลื่นเพิ่มความถี่ในประเทศอีก 380 เมกะเฮิรตซ์ในปี 63
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากที่สำนักงานกสทช.ได้ประกาศ ให้ประชาชนผูมีรายได้น้อย สามารถใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วความเร็วสูง 30/10 เมกะบิตโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
          โดย กสทช. ได้มีมติเห็นชอบแนวทางการ สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อยที่อาศัย อยู่ในพื้นที่ของการดำเนินโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ ประมาณ 3,920 หมู่บ้าน เป็นระยะเวลา 3 ปี ภายในกรอบวงเงินงบประมาณ 4,683.73 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากวงเงินเหลือจ่ายภายใต้แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และบริการเพื่อสังคม (พ.ศ. 2555-2559)  "กสทช.จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ดังนั้น ภายในเดือนมิ.ย.2561 คนไทย จะสามารถเข้าถึงบรอดแบนด์ได้ทั่วทุกพื้นที่ แม้กระทั่งคนที่อยู่ในชนบทและพื้นที่ ห่างไกลชายขอบ เป็นการเข้าถึงนั้นผ่านทั้งทาง โครงข่ายทางสายหรือที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบมีสาย (ฟิกซ์ บรอดแบนด์) และอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย แบบโครงข่ายไร้สาย (โมบาย บรอดแบนด์)"
          สำนักงานกสทช.คาดการณ์ว่า จำนวนหมู่บ้านหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศจำนวน 74,965 หมู่บ้าน จะสามารถเข้าถึงฟิกซ์ บรอดแบนด์ได้ดังกล่าว ซึ่งเป็นความเร็วที่มีมากเพียงพอ สำหรับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต รับชมทีวีออนไลน์ แบบเรียลไทม์
          ทั้งนี้ การติดตั้งอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ดังกล่าวดำเนินการ โดยสำนักงานกสทช. ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการจัดให้มีฟิกซ์บรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังไม่มีหรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงจำนวน 44,352 หมู่บ้าน หรือคิดเป็น 60% ของทั้งหมด ในส่วนของกสทช.รับผิดชอบ 19,652 หมู่บ้าน โดยตั้งแต่เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ทยอยเปิดให้บริการไปแล้ว
          เขา ระบุว่า การทรานฟอร์มประเทศไปสู่ ไทยแลนด์ 4.0 ให้เกิดผลสำเร็จสิ่งที่จะต้องดำเนินการให้เรียบร้อยเพื่อเป็นการปูพื้นฐาน คือโครงข่ายทั้งแบบมีสายและไร้สาย โดยในส่วนของไร้สายจำเป็นที่สำนักงาน กสทช.ต้องเปิดประมูลคลื่นความถี่ โดยได้กำหนดเป้าหมายภายในปี 2563 จะมีการจัดสรร คลื่นความถี่ย่านต่างๆ ที่จะหมดสัญญาสัมปทาน หรือไม่ได้ใช้งาน อาทิ คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 70 เมกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ 1800 จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ โดยคลื่นความถี่แรกที่จะนำมาจัดสรร สำหรับกิจการโทรคมนาคม
          ทั้งนี้ การที่ความต้องการใช้งาน โมบายบรอดแบนด์ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของจำนวนผู้ใช้บริการและปริมาณ การใช้งานต่อคน ดังนั้นสำนักงาน กสทช. รู้ดีว่า จำนวนคลื่นความถี่ที่มีจัดสรรและใช้อยู่ในปัจจุบันมีเพียง 420 เมกะเฮิรตซ์นั้น สัดส่วนต่างจากที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) แนะนำให้ไทยควรมี คลื่นความถี่ใช้มากกว่า 700 เมกะเฮิรตซ์เพื่อรองรับการใช้งาน
          ดังนั้น สำนักงานกสทช.จะนำความถี่ที่ไม่ได้ ใช้งาน และคลื่นที่ใกล้หมดสัมปทานมาประมูลแล้ว ซึ่งจะทำให้มีความถี่เพิ่มเข้ามา 380 เมกะเฮิรตซ์ ภายในปี 2563 นี้
          คลื่นความถี่ที่ใช้ในปัจจุบันมีเพียง 420 เมกะเฮิรตซ์ จากที่ควรมีมากกว่า 700 เมกะเฮิรตซ์เพื่อการใช้งาน
          ฐากร ตัณฑสิทธิ์