SKYจ้องฮุบงานใหม่ร้อยล้านบ.ดันรายได้ปีจอโตก้าวกระโดด

ทันหุ้น - บอสใหญ่ SKY "สิทธิเดช มัยลาภ" ส่องทิศทางธุรกิจปีจอ งาน Security มาแรง ธุรกิจไอทีเติบโต 23-25% จ่อซิวงานใหม่หลายร้อยล้านบาท คาดกวาดเข้าพอร์ตได้ 70% เชื่อผลงานปี 61 ร้อนแรง ลุ้นโตก้าวโดด อวดแบ็กล็อก 1 พันกว่าล้านบาท คาดบุ๊กเข้าพอร์ตปีนี้ 750 ล้านบาท
          นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกายไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY (ชื่อเดิมบริษัทซีซีเอ็น-เทค จำกัด (มหาชน) หรือ CCN เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเข้าประมูลงานระบบรักษาความปลอดภัย ระบบเน็ตเวิร์กภายในไตรมาส 1/2561 จำนวน 4-5 โครงการ มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท เบื้องต้นบริษัทคาดหวังจะได้งานประมาณ 70% ของมูลค่าทั้งหมด อย่างไรก็ดีบริษัทจะพยายามหางานเข้ามาให้ได้มากที่สุด เพื่อเติมงานในมือ (Backlog) และผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
          บุกงาน Security เต็มสูบ
          ขณะที่ภาพรวมธุรกิจในปี 2561 บริษัทประเมินทิศทางานการเติบโตของธุรกิจไอทีจะเติบโต 23-25% ส่วนระบบรักษาความปลอดภัย หรืองานด้าน Security คาดจะเติบโต 12% รวมถึงการใช้จ่ายของหน่วยงานรัฐที่ให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยในประเทศ ทำให้มีโครงการจัดซื้อกล้องวงจรปิด CCTV มากขึ้น และบริษัทมองเห็นช่องทางการเติบโตในงานดังกล่าว
          ขณะเดียวกันบริษัทประเมินคู่แข่งทางการค้า หรือผู้เล่นรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทยังคงเดินหน้า เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าด้านความปลอดภัย เนื่องจากอัตราการเติบโตในธุรกิจระบบความปลอดภัยยังมีทิศทางที่ดี สำหรับในปี 2561 บริษัทประเมินทิศทางรายได้มีโอกาสจะเติบโตแบบก้าวกระโดดตามการรับรู้รายได้ในบริษัทลูก อีกทั้งบริษัทจะผลักดันสัดส่วนลูกค้าเอกชนให้ปรับตัวสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 15% จากสิ้นปี 2560 คาดจะอยู่ที่ราว 16% อย่างไรก็ดีเฉพาะธุรกิจของ SKY จะเติบโตตามการรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ราวกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ปี 2561 ประมาณ 750 ล้านบาท
          ผ่าโมเดลธุรกิจปี 2561
          "โมเดลธุรกิจและการรับรู้รายได้ของ SKY แบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ 1. การรับรู้รายได้จาก Backlog หรือจากโปรเจ็กต์ที่ได้มา 2. การซื้อมาขายไป ซึ่งจะเน้นเพิ่มพอร์ตลูกค้าเอกชนให้มากขึ้นเป็น 15% 3. ธุรกิจที่มีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ 4. รายได้จากบริษัทที่เราเข้าไปลงทุน ทั้งจีฟินน์ และ TKC 5.รายได้จากการบริการ จะเห็นได้ว่า จีฟินน์ และ TKC เข้ามารับรู้ผลประกอบการปีหน้าเติบโตอย่างชัดเจน" นายสิทธิเดชกล่าว
          นายสิทธิเดช กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทคาดจะรับรู้ผลกำไรจากการเข้าลงทุนซื้อหุ้นของ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (TKC) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่าย และวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ครอบคลุมการบริการให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง อบรม ดูแลบำรุงรักษาระบบงาน จัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือธุรกิจ SI ตามสัดส่วน 34% คาดจะรับรู้เข้ามาได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 เป็นต้นไป
          โดยบริษัทจะนำเรื่องเสนอต่อผู้ถือหุ้น ในงานประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 หากเป็นไปตามแผนจะทำให้บริษัทรับรู้ผลกำไรเข้ามาได้ 10 เดือนในปี 2561 ประมาณ 68 ล้านบาทจากแบ็กล็อกของ TKC ที่มีอยู่
          ไฟเขียวลงทุนบริษัทย่อย
          นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการลงทุนในบริษัทย่อย เพื่อประกอบกิจการค้าและพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านระบบความปลอดภัย รวมทั้งให้บริการด้านคำปรึกษาการบริหารจัดการและจัดหาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ทางเทคนิค โดยคาดจะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายในเดือนตุลาคม และให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ภายใต้ชื่อ "บริษัท จีฟินน์ (ไทยแลนด์) จำกัด" ซึ่งบริษัทจะถือสัดส่วนหุ้น 40% บริษัท จีฟินน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถือสัดส่วนหุ้น 40% ส่วนที่เหลือจะเป็นบุคคลอื่น