"ก.ดิจิทัลฯ"ช่วยปฏิรูปเน็ตรร.2.7หมื่นโรง

ศึกษาธิการ * ศธ.-กระทรวงดิจิทัลฯ ประสานพลัง ช่วยปฏิรูปอินเทอร์เน็ตโรงเรียนกว่า 2.7 หมื่นโรง ประหยัดงบฯ กว่าพันล้าน "หมออุดม" เผย มอบ สกอ.ทำคู่มือ รร.เลือกใช้ระบบอินเทอร์เน็ตให้เหมาะสม เชื่อทำให้เด็กได้เรียนรู้เนื้อหาสาระรูปแบบใหม่ เข้าถึงบทเรียนออน ไลน์
          นพ.อุดม คชินทร รัฐมน ตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือเรื่องโครงการอินเทอร์เน็ตประชารัฐ ร่วมกับ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่า ศธ. ได้ทำความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อที่จะปฏิรูปอินเทอร์เน็ตโรงเรียน จำนวน 27,000 โรง ที่ไม่ได้ใช้อินเตอร์เครือข่ายยูนิเน็ต โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะช่วยวาง สายไฟเบอร์ออปติกขยายจากหมู่บ้านให้มาถึงหน้าประตูโรง เรียนฟรีทั้งหมด และในส่วนที่ เหลือจากการลากสายหน้าประตูโรงเรียน จนถึงการใช้งานในโรงเรียน ศธ.จะเป็นผู้ดำเนินการเอง ทั้งนี้ หากไม่ได้ความร่วมมือจากกระทรวงดิจิทัลฯ ช่วยเรื่องจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจากความ ร่วมมือดังกล่าวทำให้ ศธ.สามารถ ประหยัดเงินและใช้งบประมาณในการลงทุนเพียง 500-600 ล้านบาท ที่ผ่านมาประโยชน์จากโครงการดังกล่าวใน 2 ประเด็นหลัก คือ ดิจิทัลเพื่อการค้าขาย และดิจิทัลเพื่อสุขภาพ และจาก นี้ก็จะเพิ่มประโยชน์เรื่องการศึกษา เข้าไปด้วย
          "เมื่อเรามีระบบอินเทอร์ เน็ตดีๆ ใช้งานแล้ว ต่อจากนี้ไป ศธ.จะต้องกลับมาปรับทัศนคติของครูในการใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตใหม่ด้วย ไม่ใช่ได้รับการจัดสรรอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ไปแล้ว กลับใช้งานไม่เกิดประ โยชน์ หรือครูบางคนกลับหวงคอมพิวเตอร์นำไปใช้งานเอง โดย ที่เด็กไม่ได้ใช้เรียนค้นคว้าหา ความรู้ นอกจากนี้ผมยังมองว่า เราต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนได้เข้ามาใช้งานอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนช่วงวันหยุดได้ด้วย" รมช.ศธ.กล่าว
          นพ.อุดมกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนจะมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่เป็นหน่วยงานหลักดูแลเครือข่ายยูนิเน็ต ได้จัดทำ คู่มือการเลือกใช้ระบบอินเทอร์ เน็ตให้เหมาะสมกับโรงเรียนต่างๆ เพราะที่ผ่านมาพบว่าโรง เรียนเลือกประเภทอินเทอร์ เน็ตไม่เหมาะสมกับโรงเรียน เช่น โรงเรียนเลือกใช้อินเทอร์ เน็ตในรูปแบบบ้านเพราะราคาถูก แต่ไม่ตอบสนองความต้อง การใช้งานของโรงเรียน ซึ่งมี ระบบความเร็วไม่เพียงพอ และ ไม่มีระบบป้องกันการเข้าเว็บไซต์ ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น  ทั้งนี้เชื่อ ว่าโครงการปฏิรูปอินเทอร์เน็ต โรงเรียนจะทำให้เด็กได้เรียนรู้เนื้อหาสาระรูปแบบใหม่มากขึ้น และการเข้าถึงบทเรียนออน ไลน์ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้น ที่ห่างไกลที่ครูไม่ครบชั้นเรียนก็สามารถเรียนกับครูเก่งๆ ผ่านการไลฟ์สดได้ด้วย.