ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด หรือแคท เตรียมหารือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับเอกชน เพื่อนำทรัพย์สินโทรคมนาคม เช่น เสาโทรคมนาคมมาใช้ประโยชน์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 56 ระบุว่าโครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐจะกระทำด้วยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน หรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่า 51% มิได้ ซึ่งในเบื้องต้นได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเห็นว่า ควรส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อความชัดเจน
          สำหรับแผนการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนนั้น ทีโอทีมีแผนจะนำทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทานโดยเฉพาะเสาโทรคมนาคมที่มีอยู่ 20,000 ต้น มาจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เช่นเดียวกับแคทก็มีแผนจะนำเสาโทรคมนาคม 20,000 ต้น มาจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทั้งทีโอทีและแคท จะถือหุ้นในสัดส่วน 49% เอกชน 51% เพื่อความคล่องตัวเพราะหากรัฐวิสาหกิจยังคงถือหุ้นเกิน 51% ก็จะต้องปฏิบัติระเบียบขั้นตอนราชการที่ล่าช้า อาจทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจได้.