วงการทีวี-โทรคมฯ หนุนไอเดีย"สมชัย" ใช้"ม.44"ปลดล็อค

วงการโทรคมนาคม-ทีวีดิจิทัล ตบเท้าขานรับแนวคิด “สมชัย” ซีอีโอใหญ่ ADVNAC ที่เสนอรัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 ปลดแอกธุรกิจทีวีดิจิทัลเปิดทางคืนใบอนุญาตดีกว่าปล่อยให้ตาย และจัดสรรคลื่นความถี่อย่างเป็นธรรม หมดยุครีดเงินเข้ารัฐเพียงอย่างเดียว
          แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เปิดเผยว่า กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดทำความเห็นเสนอนายกฯใช้มาตรา 44 ออกมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลที่กำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีว่า แม้ก่อนหน้านี้กสทช.จะให้การเยียวยาแก่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยปรับลดค่าธรรมเนียมรายปีลง แต่ไม่เพียงพอกอบกู้วิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจนี้ได้
          “สิ่งที่ผู้ประกอบการร้องขอต่อกสทช.นั้น คือ การขอให้รัฐและกสทช. สนับสนุนลดค่าใช้จ่ายในการเช่าโครงข่าย 50% และพักค่าประมูลใบอนุญาตงวดที่เหลือ 3 ปี รวมถึงการเปิดทางให้มีการคืนใบอนุญาตหากผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่ส่วนนี้เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเห็นว่ามีความจำเป็น” แหล่งข่าวกล่าว
          แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในส่วนธุรกิจโทรคมนาคมอยู่สภาพไม่ต่างกัน การแข่งกันประมูลใบอนุญาต ที่เคยสร้างรายได้ให้รัฐเป็นจำนวนมากอย่างคลื่น 900 MHz ที่มีการแข่งขันประมูลราคาสูงถึง 75,000 ล้านบาท แต่จะเห็นได้ว่าบริษัทเอกชนที่ได้คลื่นไปก็ทิ้งใบอนุญาตและสุดท้ายกสทช. ต้องเสนอให้นายกฯ ใช้ม.44 ผ่าทางตันให้กลุ่มเอไอเอสเข้าไปแบกรับช่วงแทน
          ล่าสุดทั้งเอไอเอส และทรู ที่ได้ใบอนุญาตไป ได้ทำเรื่องร้องขอกสทช.ขอยืดเวลาจ่ายค่าธรรมเนียมประมูลในงวดสุดท้ายที่แต่ละรายต้องจ่ายถึง 60,000 ล้านบาท ออกไปเช่นกัน  ดังนั้นการประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800 ครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นนั้น กสทช.ชุดใหม่ควรกลับมาทบทวนเงื่อนไขการประมูลใหม่
          โดยเฉพาะเรื่องราคาตั้งต้นประมูล เนื่องจากสถานการณ์ตลาดโทรคมนาคมวันนี้แตกต่างไปจากเมื่อ 3-4 ปีก่อน ที่ผู้ให้บริการมีความต้องการช่วงชิงคลื่นมาให้บริการ แต่การประมูลครั้งนี้มีความจำเป็นน้อยกว่า เพราะทั้งเอไอเอสและทรูมูฟ ต่างมีคลื่นเพียงพอในมือ ขณะที่ค่ายดีแทคเตรียมเซ็นสัญญาพันธมิตรธุรกิจกับทีโอที ในการเช่าใช้คลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ อีกกว่า 60 เมกะเฮิรตซ์ หลังกสทช.อนุมัติคำขอไปแล้ว
          “หากยึดตามเงื่อนไขที่กสทช.วางไว้เดิม เชื่อแน่ว่าบริษัทสื่อสารต่างๆ คงถอยกรูด จนอาจทำให้ไม่มีการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวออกมาใช้งาน ซึ่งถือเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า” แหล่งข่าวกล่าว
          สอดคล้องกับนายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ที่ออกมาสนับสนุนให้รัฐบาลและกสทช.เร่งปลดแอกให้แก่ธุรกิจทีวีดิจิทัลและสื่อสารโทรคมนาคมที่กำลังประ สบความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ โดยแสดงความเห็นด้วยหากนายกรัฐมนตรีจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยการใช้ ม.44 ผ่าทางตันให้
          นายสมชัย ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจโทรทัศน์มาจากปัจจัยหลายอย่างประกอบ หากใช้คำเปรียบเทียบแบบนายกฯ ต้องบอกว่าติดกระดุมผิดเม็ดมาตั้งแต่ต้น คือเปิดประมูลให้ใบอนุญาตมากเกินไปถึง 24 ช่อง แม้นำเงินเข้ารัฐมากมายก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการมีช่องทีวีมากเกินไปทำให้การคาดการณ์ทางธุรกิจผิดพลาดไปจากที่คิดไว้หมด
          นอกจากนี้ธุรกิจทีวียังถูกทำลายล้าง (Disrupt) จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ผู้ชมหันไปชมผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ ขณะที่การแจกกล่องรับสัญญาณเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล เพื่อขยายฐานผู้ชมทำได้ล่าช้า ไม่ทันกับพฤติกรรมผู้ชมที่หันไปหาแพลตฟอร์มอื่นๆ
          “ผมไม่คิดว่าเป็นความผิดของใคร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน แต่มองว่าหนทางแก้ไขมีอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าผู้มีอำนาจจะกล้าตัดสินใจหรือไม่ แต่เชื่อเถิดหากปล่อยไว้อย่างนี้จะตายกันหมด จึงอยากเสนอให้นายกรัฐมนตรีประกาศมาตรา 44 ผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลสามารถยุติการจ่ายเงินได้ คืนใบอนุญาตได้ นอกเหนือจากการยืดการจ่ายเงินที่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอ” นายสมชัย กล่าว