CSSต่อไปจะดีคว้างานดีแทคมีโรงไฟฟ้าลาว

ทันหุ้น- CSS จุดพลุรับข่าวดี ต้นปี 2561 ธุรกิจโทรคมนาคมโดดคว้างานวางเสาสัญญาณ ดีแทค3 ปี รับงานต่อเนื่องถึงปี 2563 เสริมเขี้ยวธุรกิจเทรดดิ้งรับเศรษฐกิจโต พร้อมจับมือพันธมิตรจีน-ญี่ปุ่น ชิงโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ปีนี้ชัดเจนแน่ 1 แห่ง ให้เป้า 3.31 บาท
          นางสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS เปิดเผยว่า  ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2561 มีโอกาสเติบโตสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% ทั้งจากธุรกิจโทรคมนาคม  ธุรกิจจำหน่ายสินค้าสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบงานไฟฟ้า (เทรดดิ้ง) เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากปี 2560 จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เริ่มออกผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
          ปูพรมงานดีแทคยาว 3 ปี
          ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่น และมีความมั่นใจที่จะลงทุนโครงการต่างๆ มากขึ้น ล่าสุดบริษัทได้รับเลือกเป็น 1 ใน 5 ผู้รับเหมาติดตั้งเสาสัญญาณเพื่อขยายเครือข่ายการให้บริการจากทาง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC จำนวน 1 โครงการ มูลค่า 600 ล้านบาท และด้วยนโยบายการขยายโครงการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศของทางดีแทค ส่งผลให้คาดว่าในอนาคตบริษัทมีโอกาสที่จะได้รับงานติดตั้งเสาสัญญาณโครงการใหม่เพิ่มเติม
          นอกจากนี้ จากแผนการขยายโครงข่ายการให้บริการของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ทำให้ในปี 2561 มองว่าทางทรูจะมีการลงทุนเพื่อขยายเสาสัญญาณในพื้นที่อื่นของประเทศไทยเพิ่มเติม และบริษัทจะได้รับงานราว 10-15% ของมูลค่าการลงทุนส่วนงานโครงการขยายเครือข่ายของทรูเข้ามาเพิ่มเติมในปีนี้
          ปัจจุบันบริษัทมีงานโทรคมนาคมในมือที่รอ ส่งมอบ (Backlog) แล้วกว่า 1 พันล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ทั้งหมดภายในปีนี้ โดย บริษัทยังมีความสนใจรับงานผู้ประกอบการอื่นๆ ในตลาดเพิ่มเติม เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวให้อัตรา กำไรที่ค่อนข้างดี ราว 29% และบริษัทมั่นใจจะสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยทั้งปีไว้ที่ราว 15-16% และ 3-5% ตามลำดับ
          ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งภาพรวมปี 2561 มีแนวโน้ม ที่จะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยบริษัทมีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลส่วนงานการจัดหาอุปกรณ์ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมตามความต้องการของลูกค้า (Special Projects) เช่น การจัดหาและติดตั้งวัสดุดักเก็บเสียง (Silencer) ให้แก่โครงการรถไฟฟ้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ สายไฟฟ้า หลอดไฟและอุปกรณ์ส่องสว่าง ท่อร้อยสายไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้า วัสดุและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันไฟลาม และหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับงานโครงการของภาครัฐและเอกชนเพิ่มเติมในปีนี้ ประเมินว่าในปี 2561 จะมี Backlog ส่วนงานเทรดดิ้งไม่ต่ำกว่าปี 2560 ที่ราว 1 พันล้านบาท
          จ่อฮุบโรงไฟฟ้าลาว 1 แห่ง
          บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาการเข้าร่วมประมูลงานโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กในประเทศลาวอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมองการร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรประเทศจีนและญี่ปุ่น ซึ่งค่อนข้างมีศักยภาพด้านงบการลงทุนที่แข็งแกร่ง บริษัทตั้งเป้าการขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ในปี 2561 อย่างน้อย 1 โครงการ จากปัจจุบันที่มีการลงทุน ในบริษัท น้ำซ้อ ไฮโดร เพาเวอร์ จำกัด ที่จะเริ่มจ่าย ไฟฟ้าเชิงพานิชย์ (COD) ช่วงตุลาคม 2561 ซึ่งจะ ช่วยเสริมรายได้จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จาก ธุรกิจโทรคมนาคม 30% และธุรกิจเทรดดิ้ง 70%
          บล.ฟิลลิป แนะนำ "ทยอยซื้อ" จากผลประกอบการที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างปรับราคาพื้นฐานเป็นปี 2561 โดยมีราคาพื้นฐานปี 2560 ที่ 3.37 บาทต่อหุ้น หลังกำไร 9 เดือนแรก 2560 เทียบเท่า 76.0% ของประมาณการกำไร
          บรรยายใต้ภาพ
          สมพงษ์ กังสวิวัฒน์