"ดีอี"หวั่นเน็ตประชารัฐไร้ประโยชน์

จัดทีมลงพื้นที่ให้สร้าง การรับรู้ทั้ง 24,700 หมู่บ้าน ส่งเสริมการใช้งานทุกมิติ
          กรุงเทพธุรกิจ - "กระทรวงดีอี"ฟอร์มทีม วิทยากรลงพื้นที่หมู่บ้านเน็ตประชารัฐ พร้อมให้ความรู้ความเข้าใจ เน้นการสร้างประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มที่หลัง ทีโอทีวางโครงข่ายเน็ตความเร็วสูงครอบคลุมครบ 24,700 หมู่บ้านแล้ว วางเฟสแรกปั้นแกนนำเป้าหมายได้ 1,000 คน
          นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า หลังจากที่บมจ.ทีโอที ได้ดำเนินการติดตั้งโครงการเน็ตประชารัฐ ตามที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ดำเนินงาน ติดตั้งโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสร็จสิ้นในเดือนธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา
          ขณะนี้ครอบคลุมทั้ง 24,700 หมู่บ้านทั่วประเทศแล้ว และเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการ และสื่อสารผ่านบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างทั่วถึง สิ่งสำคัญต่อมาซึ่งเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงดีอีคือเน้นสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐอย่างต่อเนื่อง และทำให้เน็ตประชารัฐไม่ถูกใช้งานอย่างเปล่าประโยชน์ โดยที่ผ่านมากระทรวงดีอีได้จัดการอบรมหลักสูตร การพัฒนาวิทยากรแกนนำเพื่อการใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐ  แล้วจำนวน 4 รุ่น  โดยร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสถาบันวิชาการทีโอที  รวมทั้งส่งเสริมการใช้งานเน็ตประชารัฐแก่ "วิทยากรแกนนำ" เพื่อไปต่อยอดให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เน็ตประชารัฐ และการใช้งานอินเทอร์เน็ตในระดับพื้นฐาน ให้กับกลุ่มผู้นำชุมชนจาก 24,700 หมู่บ้าน
          ทั้งนี้ เมื่อฝึกอบรมแล้วเสร็จ จะมีวิทยากรแกนนำเน็ตประชารัฐตาม เป้าหมาย1,000 คน  ไปสร้างการรับรู้ให้กับ ผู้นำหมู่บ้านที่มีเน็ตประชารัฐ หมู่บ้านละ 4 คน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัคร หรือผู้นำชุมชนที่จะนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อในหมู่บ้านของตนเอง ซึ่งจะสามารถสร้างผู้นำชุมชนให้มีความรู้ได้อีกประมาณ 100,000 คน เพื่อไปขยายผลสร้างความรู้ให้กับคนในหมู่บ้านเพิ่มเป็น 1,000,000 คน กระทรวงดีอีได้วางแผนการสร้างการรับรู้ และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเน็ตประชารัฐในระยะแรก ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ ต.ค.2560 จนถึงมี.ค.2561 นี้   ในส่วนของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต เพื่อเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมากระทรวงได้อนุมัติโครงการเคเบิลใต้น้ำโดยมีบมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการ  กระทรวงดีอีให้ความสำคัญในเรื่อง ของการเพิ่มความจุโครงข่าย (คาปาซิตี้) และเรื่องการเชื่อมต่อกับโลกอย่างมี ยุทธศาสตร์ทั้งกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี และวันเบลท์ วันโรด ซึ่งจะช่วยให้ไทย มีโครงข่ายเชื่อมต่อโดยตรงกับศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตของโลก ทำให้มีเสถียรภาพ และมีความจุเพียงพอรองรับความต้องการของประเทศ สามารถ ลดต้นทุนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ต่างประเทศของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
          นอกจากนี้ กระทรวงดีอีได้ผลักดัน การพัฒนาคลัสเตอร์ดิจิทัลตามนโยบาย ส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษและซูเปอร์คลัสเตอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและ การลงทุนให้กับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
          ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริมภายในพื้นที่คลัสเตอร์ดิจิทัล เพื่อให้เป็นฐานการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาตลอดจนหน่วยงานวิจัย และพัฒนาภายในประเทศ และธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่สำคัญระดับโลก รวมถึงการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็น แหล่งรับจ้างผลิต (เอาท์ซอร์ท ฮับ) ภายในกลางปีนี้