"ฐากร ตัณฑสิทธิ์"ขับเคลื่อนกสทช.ผ่าน"7 ภารกิจ"รับปี 61

กรุงเทพธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศทิศทางการดำเนินงาน ปี 2561 ด้วยการมุ่งเน้นกำกับนโยบาย ขององค์กรผ่านฟันเฟือง 7 ตัวสำคัญ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของ ประเทศ และให้เกิดการเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันของประชาชน พร้อมกับลดความเหลื่อมล้ำด้านโทรคมนาคม (ดิจิทัล ดีไวซ์)
          ประมูล2คลื่นงานสำคัญ
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า ในปี 2561 สำนักงาน กสทช. มีแผนจะขับเคลื่อนนโยบายสำคัญที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนทั้งหมด 7 เรื่อง ดังนี้ 1. จัดประมูลคลื่นความถี่ในย่าน 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่กำลังจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานลงในเดือนกันยายน 2561 โดยเป็นการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 1 ใบอนุญาตขนาด 2x5 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวนสามใบอนุญาตขนาด 2x15 เมกะเฮิรตซ์ โดยถือเป็นเรื่องสำคัญของกสทช.
          เนื่องจากจะช่วยเพิ่มแบรนด์วิธ โดยรวมของประเทศให้มีเพียงพอต่อการใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งปัจจุบันมีเลขหมายที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงานกสทช.ไปแล้ว กว่า 130 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็น เลขหมายที่ใช้ระบบ 3จี และ 4จี มากถึง 100 ล้านเลขหมายด้วย สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศ ดังกล่าว ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 900 กำหนดให้มีการประมูล 1 ชุดคลื่นความถี่ (1 ใบอนุญาต) ขนาดคลื่นความถี่ 5 เมกะเฮิรตซ์ มีอายุใบอนุญาต 15 ปี โดยราคาขั้นต่ำของการประมูลครั้งนี้อยู่ที่ 37,988 ล้านบาท
          ในส่วนของการเคาะราคาจะเพิ่มขึ้นรอบละ 0.2% ของราคาขั้นต่ำ คิดเป็น 76 ล้านบาท กรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูลมากกว่า 1 ราย ก็จะเปิดให้มีการประมูล กรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูล 1 ราย จะขยายเวลาเปิดรับผู้เข้าร่วมการประมูลไปอีก 30 วัน ถ้ายังไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลเพิ่ม ให้เปิดการประมูล โดยผู้เข้าร่วมการประมูลต้องเคาะเพิ่มราคา 1 ครั้ง
          ในส่วนของการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ หลักเกณฑ์กำหนดให้มีการประมูลคลื่นความถี่จำนวน 45 เมกะเฮิรตซ์ โดยแบ่งเป็น 3 ชุดคลื่นความถี่ (3 ใบอนุญาต) ขนาดคลื่นความถี่ชุดละ15 เมกะเฮิรตซ์ มีอายุใบอนุญาต 15 ปี โดยราคาขั้นต่ำของการประมูลครั้งนี้ อยู่ที่ 37,457 ล้านบาท
          ส่วนของการเคาะราคาจะเพิ่มขึ้นรอบละ 0.2% ของราคาขั้นต่ำ คิดเป็น 75 ล้านบาท กรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูลมากกว่า 3 ราย จะประมูล 3 ชุดคลื่นความถี่ กรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูล 2-3 ราย จะนำคลื่นความถี่ออกมาประมูลเท่ากับ N-1 ชุด โดย N=ผู้เข้าร่วมการประมูล นั่นคือถ้ามีผู้เข้าร่วมการประมูล 3 ราย จะนำคลื่นความถี่ออกมาประมูล 2 ชุด และถ้ามีผู้เข้าร่วมการประมูล 2 ราย จะนำคลื่นความถี่ออกมาประมูล 1 ชุด ในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูล 1 ราย จะขยายเวลาเปิดรับผู้เข้าร่วมการประมูล ไปอีก 30 วัน ถ้ายังไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลเพิ่ม ให้เปิดการประมูล โดยผู้เข้าร่วม การประมูลต้องเคาะเพิ่มราคา 1 ครั้ง
          เน็ตฟรี3ปี-เรียกคืนความถี่
          2. เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ภายในเดือนกันยายน 2561 และให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยจำนวน 520,000 ครัวเรือนมาลงทะเบียนเพื่อใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระดับความเร็วสูง 30/10 Mbps ฟรี เป็นระยะเวลา 3 ปีภายในกรอบวงเงินงบประมาณ 4,683.73 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากวงเงินเหลือจ่ายภายใต้แผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคม พื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (พ.ศ. 2555-2559)
          ตามข้อมูลของกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปี 2560 พบว่า ครัวเรือน ที่มีรายได้น้อยที่อยู่ในพื้นที่ชายขอบนั้น มีรายได้เฉลี่ย 5,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน แต่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน มติของ กสทช. ดังกล่าวนี้จะช่วยลดช่องว่างความเหลื่อม
          3. จัดทำหลักเกณฑ์เรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใช้งานไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้ คุ้มค่ายิ่งขึ้น และให้มีการเยียวยาหน่วยงานที่ถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ดังกล่าวให้แล้วเสร็จ
          4. แก้ไขปัญหาการประกอบกิจการทีวีดิจิทัลที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้เพิ่มเติมอีก หลังจากที่มีการ แก้ไขในส่วนของการขยายเวลาการชำระเงินประมูลคลื่นความถี่และสนับสนุนให้มีบริการทีวีดิจิทัลตามกฎ Must Carry
          รับเทคโนโลยีใหม่-ไอโอที
          5. จัดให้มีการลงทะเบียนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยระบบอัตลักษณ์ให้ครอบคลุมทุกช่องทางการขายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป โดยสำนักงาน กสทช.ได้ตรวจสอบความพร้อมของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ทั้งนี้พบว่ากรณีการลงทะเบียนที่ร้านตัวแทนจำหน่ายย่อยหรือร้านลูกตู้ยังมีปัญหาความพร้อมเรื่องอุปกรณ์และการให้ความรู้กับผู้ขายจึงให้เลื่อนการลงทะเบียนที่ลูกตู้และร้านย่อยได้ในวันที่ 1 ก.พ.2561 นี้ สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนอัตลักษณ์ เริ่มจากใช้บัตรประชาชนฉบับจริงอ่านในเครื่องอ่านบัตรและทำการตรวจสอบใบหน้าจากการถ่ายภาพ หรือตรวจสอบลายนิ้วมือ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
          โดยหากข้อมูลอัตลักษณ์ของผู้ซื้อ ซิมการ์ดใหม่ตรงกับข้อมูลในบัตรประชาชนจะสามารถลงทะเบียนและเปิดใช้งาน ซิมการ์ดได้ โดยข้อมูลของท่านจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย ซึ่งจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลลายนิ้วมือและข้อมูลบัตรประชาชนไว้ที่จุดบริการ ผู้ที่ซื้อซิมการ์ดใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบอัตลักษณ์แล้ว ระบบจะทำการลงทะเบียนโดยส่งข้อมูลตรงไปที่ฐานข้อมูลกลางเพื่อเปิดใช้งาน ซิมการ์ด และจัดเก็บข้อมูลของผู้ให้บริการทันที โดยผู้ให้บริการมีหน้าที่ดูแล และเก็บรักษาข้อมูลตามกฎหมาย
          6. สนับสนุนการดำเนินการและกำกับดูแลร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และ สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ในการใช้งานบริการพร้อมเพย์ให้มี ความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
          และ 7. สนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้งานบริการใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) บนคลื่น ความถี่ย่านต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย
          'กสทช.จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนวางใจระบบโทรคมฯที่ กสทช.กำกับดูแลในทุกๆด้าน'