บิ๊กดาต้าSME Intelligenceเฟสแรกเสร็จปี61

ผู้จัดการรายวัน360 - ผอ.สคร. คาดการเชื่อมบิ๊กดาต้า SMEs กับสถาบันการเงินรัฐในเฟดแรกจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์กลางปี 61  ก่อนขยายสู่แบงก์และนอนแบงก์เอกชน พร้อมต่อยอดเชื่อมโยงข้อมูลกับ สสว. และพัฒนา SME Community Platform  ส่วนการพัฒนา Utility Digital Platform ของกลุ่มไฟฟ้าและประปาจะเสร็จสิ้นในปี 61 ขณะที่ Smart  Utilities Service จะเสร็จสิ้นได้ในปี 65
          นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้กล่าวถึงผลการจัดทำ Big Data ของรัฐวิสาหกิจนำร่องใน 3 กลุ่มคือกลุ่ม SME Intelligence, กลุ่ม Smart Utilities, และกลุ่ม Travel Port ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ผลการจัดทำ Big Data ในกลุ่ม Travel Port กรณีการทำ Big Data สาขาขนส่งนั้นมีประโยชน์มากกว่าแนวคิดการเจาะการท่องเที่ยวเมืองรอง เช่นกรณีการบูรณาการข้อมูลของบริษัท วิทยุการบิน จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รู้ได้ถึงสายการบินที่จะบินเข้า กทม. ในแต่ละเที่ยวบิน  ทำให้บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ AOT  รับทราบข้อมูลล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ไปรอให้บริการรับส่งกระเป๋าผู้โดยสารได้อย่างเหมาะสม
          หลังการนำข้อมูลการขนส่งทางอากาศมารวมกันเพื่อสร้างให้เป็น Big Data ผลลัพท์ที่ออกมาได้ช่วยให้การทำงานภายในองค์กรรัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด
          "AOT สามารถรู้ถึงจำนวนผู้โดยสารที่จะลงต่อเครื่องเพื่อบินไปที่อื่นต่อนั้นมีจำนวนเท่าไหร่ และยังมองเห็นถึงจุดหมายปลายทางสุดท้ายและจุดหมายปลายทางต่อไปของผู้โดยสารที่เข้ามา ซึ่งข้อมูลนี้ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำเส้นทางการบินใหม่ๆ ต่อได้ ส่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็จะได้เห็นว่านักท่องเที่ยวไปทางไหน จะได้นำข้อมูลที่ได้นี้มาจัดทำเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวเมืองรองได้ถูก" ผู้อำนวยการ สคร. กล่าว
          ขณะความคืบหน้าของการจัดทำข้อมูล Big Data ตามโครงการ SME Intelligence ว่า ยังคงอยู่ในระยะแรกคือการจัดทำและวิเคราะห์ข้อมูล SMEs ของสถาบันการเงิน หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานของรัฐ โดยจะครอบคลุมถึงบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ด้วย
          โดย สคร. ตั้งเป้าว่าการดำเนินการในส่วนของสถาบันการเงินรัฐน่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้เมื่อถึงกลางปี 61 เพื่อ สคร.จะได้ขยายการทำข้อมูลในระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์เอกชนและกลุ่ม Non-Bank รวมทั้ง ยังจะมีการต่อยอดเพื่อเชื่อมข้อมูลเข้ากับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์
          ทั้งนี้ สคร. ยังต้องการจะทำ SMEs Community Platform ขึ้นมา โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ โดยในระยะที่ 1 นั้นได้กำหนดให้ Platform นี้เป็นแหล่งรวบรวมผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของสถาบันการเงินของรัฐมาอยู่ในที่เดียวกัน  เพื่อให้ SMEs มีความสะดวกและมีทางเลือกใช้บริการได้มากขึ้น และสถาบันการเงินของรัฐยังจะได้ข้อมูลถึงความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์และปรับปรุงให้ตอบโจทย์ SMEs ได้ดียิ่งขึ้นด้วย
          "หลังเราเชื่อมโยงกับ สสว. แล้ว เราก็อยากให้ SMEs ที่ส่งออกเข้ามากรอกแบบฟอร์มบน Platform ที่เราสร้างขึ้น โดยบน Platform ก็จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลว่า SMEs รายนั้นเหมาะกับผลิตภัณฑ์ของสถาบันการเงินของรัฐแห่งใดบ้าง และเพื่อสนับสนุน SMEs เราก็จะแนะนำให้เขาไปเรียนการบริหารความเสี่ยงค่าเงินกับเอ็กซิมแบงก์ หรืออาจต้องไปเรียนการทำบัญชีกับแบงก์ออมสินก่อนจะช่วยให้ SMEs แข็งแกร่งขึ้น" นายเอกนิติ กล่าว
          นอกจากนี้ ยังกำหนดแนวงทางการดำเนินการในระยะที่ 2 ที่มุ่งเน้นเรื่องการจัดทำศูนย์รวมความรู้ (Digital Hub) ที่จำเป็นสำหรับ SMEs แต่ละประเภท และจัดทำ e-Market Place ที่จะทำให้ผู้ซื้อผู้ขายมาเจอกัน โดยสถาบันการเงินของรัฐจะเป็น Payment Foundation ให้ ขณะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จะเป็นผู้นำในเรื่องการขนส่งสินค้า ส่วน Big Data ในโครงการ Smart Utilities ซึ่งครอบคลุม ปตท. การไฟฟ้า และ การประปานั้น ในส่วนของ Smart  Utilities Service ในระยะที่ 1 จะเป็นการจัดทำและเชื่อมฐานข้อมูลลูกค้าและพื้นที่ให้บริการ และระบบงานของ รัฐวิสาหกิจกล่มไฟฟ้าและประปาเข้าด้วยกัน ผ่าน Utility Digital Platform ขึ้นมาเชื่อมโยงระบบการทำงานในกลุ่มไฟฟ้าและประปาเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน คาดเสร็จสิ้นในปี 61 และการพัฒนา Smart  Utilities Service จะเสร็จสิ้นได้ในปี 65.